CP

CPB

สินค้าจำเป็น

Campbell Soup Company

$22.81$0.08 (+0.35%)
กำลังโหลดราคาล่าสุด...

Bulltiq Investor Brief

ธุรกิจ Valuation และความเสี่ยง

Framework V1

Investor Summary

CPB เป็นบริษัทอาหารบรรจุภัณฑ์และ snacks ที่มีแบรนด์เก่าแก่ รายได้ค่อนข้างจำเป็นแต่ growth ต่ำ จุดสำคัญคือ volume, margin, debt และการทำให้แบรนด์ยัง relevant

Business Model

Campbell's ทำรายได้จาก soup, meals, sauces, snacks และ biscuits ผ่านแบรนด์อย่าง Campbell's, Goldfish, Pepperidge Farm และ Snyder's moat มาจากแบรนด์ shelf space และ distribution

Valuation Context

ควรดู organic sales, volume vs pricing, gross margin, snack growth, debt และ dividend coverage หุ้น packaged food ที่ yield สูงควรวัดว่า cash flow หลังหนี้ยังพอหรือไม่

Risk Context

ความเสี่ยงคือ private label, ผู้บริโภคลดซื้อแบรนด์แพง, input costs, promotion pressure, debt จาก acquisitions และ category growth ต่ำ นักลงทุนไทยควรดูปันผลสุทธิและ FX

What to Watch

  • - organic sales และ volume
  • - snacks segment growth
  • - gross margin
  • - debt และ FCF

เหมาะกับใคร

เหมาะกับผู้ที่ต้องการ consumer staples value/income และรับ growth ต่ำกับ brand pressure ได้

ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลงบการเงินล่าสุด ราคา valuation ภาษี อัตราแลกเปลี่ยน และความเสี่ยงที่เหมาะกับตนเองก่อนตัดสินใจ

ลิงก์ข้อมูลเพิ่มเติม

ใช้ลิงก์ภายนอกเพื่อเช็กข้อมูลซ้ำจากหลายมุม โดย Bulltiq ไม่ถือว่าลิงก์ใดเป็นคำแนะนำซื้อขาย

บทวิเคราะห์ภาษาไทย

บริษัทนี้คืออะไร ทำอะไร

The Campbell's Company (CPB) — เดิมชื่อ Campbell Soup — คือบริษัทอาหารบรรจุภัณฑ์ของอเมริกาที่มีประวัติยาวนานและแบรนด์ที่เป็นสัญลักษณ์ ลองนึกภาพกระป๋องซุป Campbell's สีแดง-ขาวที่เป็นไอคอนของอเมริกา (ถึงขนาดที่ Andy Warhol นำมาทำเป็นงานศิลปะ) — นั่นคือผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมที่ทำให้บริษัทเป็นที่รู้จัก แต่ในปัจจุบัน Campbell's เป็นมากกว่าซุป บริษัทเป็นเจ้าของแบรนด์อาหารและขนมขบเคี้ยวจำนวนมาก — ซุป Campbell's, ซอสและน้ำซุป (เช่น Prego, Pace), และที่สำคัญคือกลุ่มขนมขบเคี้ยว (Snacks) ที่เติบโต เช่น Pepperidge Farm, Goldfish (ขนมปลา), และแบรนด์อื่นๆ Campbell's จึงเป็น "บริษัทอาหารบรรจุภัณฑ์และขนมขบเคี้ยว" ที่มีแบรนด์ที่แข็งแกร่งและทนทานต่อเศรษฐกิจ

ประวัติและความเป็นมา

Campbell's มีประวัติยาวนานกว่า 150 ปี และสร้างชื่อเสียงจากซุปกระป๋องที่กลายเป็นสินค้าหลักในครัวเรือนอเมริกัน ตลอดเวลาบริษัทขยายพอร์ตแบรนด์ผ่านการพัฒนาและการซื้อกิจการ จุดที่ต้องเข้าใจในยุคปัจจุบันคือบริษัทมุ่งกระจายธุรกิจจากการพึ่งพาซุป (ซึ่งเป็นหมวดที่ค่อนข้างอิ่มตัว) ไปสู่กลุ่มขนมขบเคี้ยว (Snacks) ที่เติบโตเร็วกว่า ผ่านการซื้อกิจการสำคัญ เช่น การซื้อ Snyder's-Lance (ขนมขบเคี้ยว) และล่าสุดการซื้อ Sovos Brands (ที่มีแบรนด์ซอสพรีเมียม Rao's ที่เติบโตเร็ว) การเปลี่ยนชื่อจาก Campbell Soup เป็น The Campbell's Company สะท้อนการเป็นบริษัทอาหารที่กว้างกว่าแค่ซุป บริษัทมุ่งสร้างสมดุลระหว่างหมวดอาหารหลัก (Meals & Beverages) และขนมขบเคี้ยว (Snacks)

โมเดลธุรกิจและแหล่งรายได้

รายได้มาจากการขายอาหารบรรจุภัณฑ์ (ซุป ซอส น้ำซุป) และขนมขบเคี้ยว (Pepperidge Farm, Goldfish, Snyder's) จุดแข็งคือแบรนด์ที่แข็งแกร่งและเป็นที่รู้จัก ที่ผู้บริโภคไว้วางใจและซื้อซ้ำ ซึ่งให้อำนาจในการตั้งราคาในระดับหนึ่งและความภักดี บวกกับการที่อาหารบรรจุภัณฑ์เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นและทนทานต่อเศรษฐกิจ (คนต้องกินไม่ว่าเศรษฐกิจเป็นอย่างไร และในช่วงตึงตัว คนอาจทำอาหารที่บ้านมากขึ้น ซึ่งหนุนความต้องการซุปและซอส) ทำให้รายได้มั่นคง การกระจายสู่ขนมขบเคี้ยวที่เติบโตช่วยสร้างการเติบโต อย่างไรก็ตาม ความท้าทายคือต้นทุนวัตถุดิบ การแข่งขัน และการที่หมวดอาหารบางส่วน (โดยเฉพาะซุป) ค่อนข้างอิ่มตัวและเติบโตช้า

ผลประกอบการและฐานะการเงิน

  • รายได้ค่อนข้างมั่นคงจากสินค้าจำเป็นที่ทนทานต่อเศรษฐกิจ
  • การกระจายสู่ขนมขบเคี้ยวที่เติบโตช่วยสร้างการเติบโต
  • เป็นหุ้นปันผลที่จ่ายสม่ำเสมอ มีภาระหนี้จากการซื้อกิจการที่ทยอยลด
  • ความเสี่ยง

    1. การเติบโตที่จำกัดของหมวดอาหารหลัก: หมวดซุปและอาหารบางส่วนค่อนข้างอิ่มตัวและเติบโตช้า

    2. ต้นทุนวัตถุดิบและการแข่งขัน: ราคาวัตถุดิบและการแข่งขันจากแบรนด์อื่นและสินค้าราคาถูก (Private label)

    3. ภาระหนี้และการบูรณาการ: ภาระหนี้จากการซื้อกิจการและความเสี่ยงด้านการบูรณาการ

    การเติบโตและโอกาส

    1. การเติบโตของขนมขบเคี้ยว: การกระจายสู่กลุ่มขนมขบเคี้ยว (Pepperidge Farm, Goldfish, Snyder's) ที่เติบโตเร็วกว่าซุป เป็นเครื่องยนต์การเติบโต

    2. แบรนด์พรีเมียมที่เติบโต: การซื้อกิจการแบรนด์พรีเมียมที่เติบโตเร็ว (เช่น Rao's) ที่เพิ่มการเติบโตและมาร์จิ้น

    3. ความทนทานของอาหาร: รายได้ที่มั่นคงจากสินค้าจำเป็นในทุกสภาพเศรษฐกิจ

    4. การทำอาหารที่บ้าน: ในช่วงเศรษฐกิจตึงตัว คนทำอาหารที่บ้านมากขึ้น ซึ่งหนุนซุปและซอส

    5. การปรับปรุงประสิทธิภาพ: การลดต้นทุนและการสร้าง Synergy จากการซื้อกิจการ

    หัวใจของการลงทุนใน Campbell's คือการเป็นเจ้าของแบรนด์อาหารที่เป็นสัญลักษณ์และทนทานต่อเศรษฐกิจ ที่กำลังกระจายจากซุปสู่ขนมขบเคี้ยวที่เติบโตเร็วกว่า: Campbell's เป็นเจ้าของแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักและไว้วางใจ ตั้งแต่ซุปกระป๋องที่เป็นไอคอนของอเมริกา ไปจนถึงขนมขบเคี้ยวยอดนิยมอย่าง Goldfish และ Pepperidge Farm อาหารบรรจุภัณฑ์เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นและทนทานต่อเศรษฐกิจ เพราะคนต้องกินไม่ว่าเศรษฐกิจเป็นอย่างไร และในช่วงตึงตัว คนอาจทำอาหารที่บ้านมากขึ้น ซึ่งหนุนความต้องการ ทำให้รายได้มั่นคง จุดที่ทำให้ Campbell's น่าสนใจในยุคปัจจุบันคือการมุ่งกระจายจากการพึ่งพาซุป (ที่ค่อนข้างอิ่มตัว) ไปสู่กลุ่มขนมขบเคี้ยวที่เติบโตเร็วกว่า ผ่านการซื้อกิจการสำคัญ (เช่น Snyder's-Lance และ Sovos Brands ที่มีแบรนด์พรีเมียม Rao's ที่เติบโตเร็ว) ซึ่งสะท้อนในการเปลี่ยนชื่อเป็น The Campbell's Company สำหรับนักลงทุน นี่เป็นหุ้นเชิงป้องกันที่เน้นปันผล โดยมีเรื่องราวการเติบโตจากขนมขบเคี้ยว จุดที่ต้องจับตาคือการเติบโตที่จำกัดของหมวดอาหารหลัก ต้นทุนวัตถุดิบ และภาระหนี้

    สรุปและมุมมอง

    Campbell's คือเจ้าของแบรนด์อาหารและขนมที่เป็นสัญลักษณ์และทนทานต่อเศรษฐกิจ กำลังกระจายจากซุปสู่ขนมขบเคี้ยวและแบรนด์พรีเมียมที่เติบโต พร้อมปันผลที่สม่ำเสมอ จุดที่ต้องยอมรับคือการเติบโตที่จำกัดของหมวดอาหารหลักและภาระหนี้

    เหมาะสำหรับ: นักลงทุนสายปันผลและเชิงป้องกันที่ต้องการเจ้าของแบรนด์อาหารที่ทนทานต่อเศรษฐกิจ พร้อมเรื่องราวการเติบโตจากขนมขบเคี้ยว รับการเติบโตที่จำกัดของหมวดอาหารหลักและภาระหนี้ได้ และมองระยะยาว

    วิเคราะห์เมื่อ: 10 มิถุนายน 2026

    คำเตือน:

    ข้อมูลนี้มีไว้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน กรุณาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

    ข้อมูลพื้นฐาน (Fundamentals)

    รายได้ YoY:-2.9%
    กำไรสุทธิ YoY:+33.9%

    มูลค่าบริษัท (Valuation)

    Market Cap
    $6.82B
    Enterprise Value
    N/A
    P/E Ratio
    11.75
    P/B Ratio
    N/A

    ผลกำไร (Profitability)

    รายได้ (TTM)
    $9.93B
    กำไรสุทธิ (TTM)
    $608.00M
    EPS (TTM)
    $2.03
    EBITDA (TTM)
    $1.53B
    Gross Margin
    28.9%
    Net Margin
    6.1%
    Dividend Yield
    7.23%
    Beta
    0.12

    งบดุล (Balance Sheet)

    สินทรัพย์รวม
    $15.14B
    หนี้สินรวม
    $11.11B
    ส่วนของผู้ถือหุ้น
    $4.03B
    หนี้รวม
    $7.01B
    D/E Ratio
    1.74
    Current Ratio
    0.87

    กระแสเงินสด (Cash Flow)

    Free Cash Flow (TTM)
    $671.00M
    Operating Cash Flow
    $1.10B
    หุ้นที่ออกจำหน่าย
    299.00M

    ข้อมูลรายไตรมาส

    รายได้ (Revenue)
    2.29B
    Q4/24
    2.77B
    Q1/25
    2.69B
    Q2/25
    2.48B
    Q3/25
    2.32B
    Q4/25
    2.68B
    Q1/26
    2.56B
    Q2/26
    2.37B
    Q3/26
    กำไรสุทธิ (Net Income)
    -3000000.00
    Q4/24
    218.00M
    Q1/25
    173.00M
    Q2/25
    66.00M
    Q3/25
    145.00M
    Q4/25
    194.00M
    Q1/26
    145.00M
    Q2/26
    124.00M
    Q3/26
    กำไรต่อหุ้น (EPS)
    $-0.02
    Q4/24
    $0.72
    Q1/25
    $0.58
    Q2/25
    $0.22
    Q3/25
    $0.49
    Q4/25
    $0.65
    Q1/26
    $0.48
    Q2/26
    $0.41
    Q3/26
    EBITDA
    191.00M
    Q4/24
    480.00M
    Q1/25
    445.00M
    Q2/25
    275.00M
    Q3/25
    375.00M
    Q4/25
    436.00M
    Q1/26
    377.00M
    Q2/26
    347.00M
    Q3/26
    ข้อมูลพื้นฐานเป็น USD และอาจมาจากงวดรายงาน/ผู้ให้บริการข้อมูลที่อัปเดตไม่พร้อมกัน ไม่ใช่ตัวเลข real-time และไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน นักลงทุนไทยควรพิจารณา FX, ภาษี, ค่าธรรมเนียม และเอกสารบริษัทประกอบเสมอ

    ประวัติกำไร & การเติบโต (Earnings Tracker)

    EPS ล่าสุด (Q3/2026)
    $0.41
    -14.6% QoQ
    รายได้ล่าสุด (Q3/2026)
    $2.37B
    -7.7% QoQ
    EPS (TTM)
    $2.03
    รายได้ (TTM)
    $9.93B
    กำไรต่อหุ้น (EPS) รายไตรมาส
    Q4/2024
    $-0.02
    Q1/2025
    $0.72
    Q2/2025
    $0.58
    Q3/2025
    $0.22
    Q4/2025
    $0.49
    Q1/2026
    $0.65
    Q2/2026
    $0.48
    Q3/2026
    $0.41
    รายได้ (Revenue) รายไตรมาส
    Q4/2024
    $2.29B
    Q1/2025
    $2.77B
    Q2/2025
    $2.69B
    Q3/2025
    $2.48B
    Q4/2025
    $2.32B
    Q1/2026
    $2.68B
    Q2/2026
    $2.56B
    Q3/2026
    $2.37B
    กำไรสุทธิ (Net Income) รายไตรมาส
    Q4/2024
    $-3000000.00
    Q1/2025
    $218.00M
    Q2/2025
    $173.00M
    Q3/2025
    $66.00M
    Q4/2025
    $145.00M
    Q1/2026
    $194.00M
    Q2/2026
    $145.00M
    Q3/2026
    $124.00M
    EBITDA รายไตรมาส
    Q4/2024
    $191.00M
    Q1/2025
    $480.00M
    Q2/2025
    $445.00M
    Q3/2025
    $275.00M
    Q4/2025
    $375.00M
    Q1/2026
    $436.00M
    Q2/2026
    $377.00M
    Q3/2026
    $347.00M

    อัตราการเติบโต QoQ

    ไตรมาสรายได้ QoQกำไรสุทธิ QoQEPS QoQ
    Q1/2025+20.9%+7366.7%+3700.0%
    Q2/2025-3.1%-20.6%-19.4%
    Q3/2025-7.8%-61.8%-62.1%
    Q4/2025-6.2%+119.7%+122.7%
    Q1/2026+15.3%+33.8%+32.7%
    Q2/2026-4.2%-25.3%-26.2%
    Q3/2026-7.7%-14.5%-14.6%

    Investor Decision Framework

    คำถามหลักก่อนศึกษา CPB

    Educational

    คำถามหลักก่อนอ่านต่อ

    หุ้น CPB ควรได้สัดส่วนเป็นหุ้นรายตัวในพอร์ต หรือควรใช้ ETF/หุ้นคู่แข่งเพื่อกระจายความเสี่ยงเฉพาะบริษัทมากกว่า?

    ข้อเท็จจริงที่ต้องเช็ก

    • - ธุรกิจหลักและกำไรของ CPB ยังโตพอรองรับ valuation ปัจจุบันหรือไม่
    • - P/E 11.75 เทียบกับคุณภาพธุรกิจ การเติบโต และ peer แล้วแพงหรือสมเหตุสมผล
    • - ราคาปัจจุบัน $22.81 อยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับกรอบ 52 สัปดาห์ $19.56-$34.19

    ความเสี่ยงที่ต้องไม่ข้าม

    • - ความเสี่ยงหลักมาจากธุรกิจ อุตสาหกรรม และภาวะตลาดโดยรวม
    • - ถ้างบหรือ guidance อ่อนกว่าคาด หุ้นขนาดใหญ่ที่ตลาดคาดหวังสูงอาจถูกลด multiple ได้
    • - นักลงทุนไทยควรแยกผลตอบแทนของหุ้นออกจากผลของ USD/THB ค่าธรรมเนียม และภาษี

    บริบทสำหรับนักลงทุนไทย

    • - ใช้หน้านี้เป็นจุดเริ่มต้นในการทำการบ้าน ไม่ใช่คำแนะนำซื้อ ขาย หรือถือ
    • - ถ้าถือผ่านพอร์ตไทย ต้องคิดเรื่องเวลาตลาดสหรัฐ ค่าเงิน และข่าวนอกเวลาทำการไทย
    • - ก่อนเพิ่มน้ำหนัก ควรเทียบกับหุ้นในกลุ่มเดียวกันและ ETF ที่ให้ exposure คล้ายกัน

    ขั้นต่อไป: อ่านสรุปธุรกิจ ความเสี่ยง และ valuation ด้านล่าง แล้วค่อยเปิดกราฟ/งบเพื่อเช็กว่าราคาสะท้อน thesis ไปมากแค่ไหน

    FAQ สำหรับมือใหม่เกี่ยวกับ CPB

    หุ้น CPB คืออะไร?

    CPB คือหุ้นของ Campbell Soup Company ในกลุ่ม สินค้าจำเป็น ของตลาดหุ้นสหรัฐ เหมาะสำหรับเริ่มศึกษาจากธุรกิจ รายได้ และความเสี่ยงของบริษัทก่อนดูกราฟราคา

    CPB ทำธุรกิจอะไร?

    Campbell Soup Company (CPB) คือเจ้าของซุปกระป๋องแดงในตำนาน (Andy Warhol วาดรูปให้จนโด่งดัง) เป็นแบรนด์อาหารคู่ครัวอเมริกันมากว่า 150 ปี

    CPB แพงหรือถูกดูจากอะไร?

    CPB มี P/E ประมาณ 11.8 เท่า ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้ศึกษา valuation แต่ยังต้องดูคุณภาพกำไรและแนวโน้มธุรกิจประกอบ

    CPB จ่ายปันผลไหม?

    CPB มี dividend yield ประมาณ 7.23% จากข้อมูล static ล่าสุดของ BulltiQ แต่ควรตรวจสอบวันขึ้น XD และความสม่ำเสมอของปันผลเพิ่ม

    CPB เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่ไหม?

    CPB เหมาะกับผู้ที่เข้าใจความเสี่ยงของหุ้นรายตัวในกลุ่ม สินค้าจำเป็น หากยังเริ่มต้น อาจเปรียบเทียบกับ ETF หรือหุ้นคู่แข่งก่อนตัดสินใจ

    กราฟราคาย้อนหลัง (Price History)

    กำลังโหลดกราฟ...

    ความน่าเชื่อถือของข้อมูล

    ข้อมูล หุ้น CPB ใช้เพื่อประกอบการศึกษาและอาจอัปเดตไม่พร้อมกันในแต่ละส่วน

    ไม่ใช่ข้อมูล Real-time
    ข้อมูลราคา ณ
    13 มิ.ย. 2569
    ข้อมูลพื้นฐาน ณ
    10 มิ.ย. 2569
    บทวิเคราะห์อัปเดต
    10 มิ.ย. 2569

    ราคา กราฟ และตัวเลขอาจล่าช้าหรือแตกต่างจากโบรกเกอร์ ไม่ควรใช้เป็นราคาเสนอซื้อขายแบบ real-time

    ตัวเลขส่วนใหญ่เป็นสกุล USD นักลงทุนไทยควรคิดผลกระทบ FX USD/THB ค่าธรรมเนียม และภาษีที่เกี่ยวข้อง

    เนื้อหานี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ภาษี หรือกฎหมาย ควรตรวจสอบเอกสารบริษัท/กองทุนและที่ปรึกษาของท่านก่อนตัดสินใจ

    Free guides

    เช็กลิสต์ก่อนศึกษาหุ้น CPB

    รับกรอบคำถามสำหรับอ่านธุรกิจ valuation ความเสี่ยง และ catalyst ของหุ้นสหรัฐแบบเป็นขั้น ใช้เพื่อจัดระเบียบการบ้านของตัวเอง ไม่ใช่คำแนะนำซื้อขาย

    ก่อนอ่านหุ้นรายตัว

    US Stock Checklist

    เช็กลิสต์ช่วยอ่านธุรกิจหุ้นสหรัฐฯ แบบไม่ข้ามขั้น ทั้งรายได้ margin valuation catalyst และความเสี่ยงที่ควรเขียนให้ชัด

    • แยกเรื่องธุรกิจดีออกจากราคาหุ้นที่อาจแพงเกินไป
    • ถามเรื่อง moat, growth driver, balance sheet และ downside case
    • ใช้เป็นกรอบจดโน้ตก่อนเพิ่มหุ้นเข้า watchlist