ME

META

บริการสื่อสาร

Meta Platforms Inc.

$325.23$3.69 (-1.13%)

📊กราฟราคา

📈ข้อมูลสำคัญ

สูงสุด 52 สัปดาห์
$482.30
ต่ำสุด 52 สัปดาห์
$237.73
P/E Ratio
24.55
EPS
$13.51
เงินปันผล
0.53%
Beta
1.06
ปริมาณ
5.36M
มูลค่าตลาด
$85.41B

📝บทวิเคราะห์ภาษาไทย

บริษัทนี้คืออะไร ทำอะไร

Meta Platforms (เดิมชื่อ Facebook) คืออาณาจักร Social Media ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เจ้าของแอพที่เราใช้กันทุกวัน: Facebook, Instagram, Messenger, WhatsApp และ Threads

มีผู้ใช้งานรายวัน (Daily Active People) กว่า 3.2 พันล้านคน หรือเกือบครึ่งโลก! ถ้าประชากรโลกคือ "ทรัพยากร" Meta ก็คือผู้ครอบครองฐานข้อมูลประชากรที่ละเอียดที่สุด

Mark Zuckerberg (CEO) เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta เพื่อสะท้อนวิสัยทัศน์มุ่งสู่ Metaverse แต่ปัจจุบันกลับลำมาเน้น AI และประสิทธิภาพการโฆษณา (Efficiency) จนหุ้นฟื้นตัวอย่างแรง

โมเดลธุรกิจร้อยละ 98 มาจากการโฆษณา (Ads) ที่ยิงได้แม่นยำที่สุดในสามโลก ด้วยข้อมูลผู้ใช้ที่มหาศาล

ประวัติและความเป็นมา

เริ่มจาก TheFacebook ในหอพักฮาร์วาร์ดปี 2004 ขยายตัวรวดเร็ว ซื้อ Instagram ในปี 2012 (1 พันล้านเหรียญ - ดีลคุ้มค่าที่สุดในประวัติศาสตร์) และ WhatsApp ปี 2014 (1.9 หมื่นล้านเหรียญ)

Meta เคยเกือบแย่ในปี 2022 จากการเปลี่ยนกฎ Privacy ของ Apple (ATT) ที่ทำให้ยิงโฆษณาไม่แม่น และการทุ่มเงินมหาศาลไปกับ Metaverse แต่ Zuckerberg ปรับตัวเร็ว ประกาศ "Year of Efficiency" ไล่คนออก ลดต้นทุน และใช้ AI แก้เกมเรื่องโฆษณาจนกลับมาได้

โมเดลธุรกิจและแหล่งรายได้

1. Family of Apps (FoA) - รายได้หลัก (99%):

  • โฆษณาบน Facebook และ Instagram Feed/Stories/Reels
  • WhatsApp ยังไม่สร้างรายได้มากนัก แต่เป็นเครื่องมือสื่อสารหลักของคนค่อนโลก (โดยเฉพาะอินเดีย บราซิล)
  • 2. Reality Labs (ขาดทุนหนัก):

  • ธุรกิจโลกเสมือน (VR/AR) ขายแว่น Quest ขาดทุนปีละกว่าหมื่นล้านดอลลาร์ แต่ Zuckerberg มองว่านี่คือการลงทุนเพื่อเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มถัดไปในอนาคต (Next Computing Platform) จะได้ไม่ต้องง้อ iOS/Android
  • ผลประกอบการและฐานะการเงิน

  • Cash Cow: ธุรกิจโฆษณาทำเงินสดได้มหาศาล Margin สูงมาก (Operating Margin 30-40%)
  • Free Cash Flow แข็งแกร่ง นำมาซื้อหุ้นคืนและเริ่มจ่ายปันผลแล้ว
  • การลงทุนหนัก (Capex) ในชิป NVIDIA เพื่อสร้าง AI Infrastructure ของตัวเอง (Llama)
  • ความเสี่ยง

    1. กฎระเบียบและภาพลักษณ์: โดนเพ่งเล็งเรื่องผลกระทบต่อจิตใจเด็ก, ข้อมูลส่วนตัว, และการผูกขาด

    2. การแข่งขัน: TikTok แย่งเวลาคนดูวิดีโอสั้น Meta ต้องสู้ด้วย Reels ซึ่งแม้จะโตดีแต่รายได้ต่อนาทียังน้อยกว่า Feed เดิม

    3. การทุ่มเงินกับ Reality Labs: ถ้า Metaverse ไม่เกิด เงินหลายหมื่นล้านที่ละลายไปก็สูญเปล่า

    การเติบโตและโอกาส

    1. AI & Llama: Meta เลือกสาย Open Source AI โมเดล Llama ได้รับความนิยมสูง Meta ใช้ AI เพื่อทำให้ Algorithm แนะนำเนื้อหา (Feed) และโฆษณา (Ad Targeting) แม่นยำขึ้นมาก ช่วยแก้ปัญหา Privacy ของ Apple ได้ชะงัด

    2. Business Messaging: การหารายได้จาก WhatsApp และ Messenger ผ่านการให้ธุรกิจคุยกับลูกค้า (Click-to-Message ads)

    3. Smart Glasses: แว่น Ray-Ban Meta ประสบความสำเร็จเกินคาด อาจเป็นสินค้าฮาร์ดแวร์ตัวแรกที่ "ปัง" จริงๆ ของ Meta

    สรุปและมุมมอง

    Meta คือหุ้นที่ "ถูก" (Valuation ไม่แพง) เมื่อเทียบกับ Tech Giants อื่นๆ บ่อยครั้ง เพราะตลาดกังวลเรื่องภาพลักษณ์และการลงทุน Metaverse

    แต่ Meta พิสูจน์แล้วว่าฆ่าไม่ตาย Network Effect ของคน 3 พันล้านคนนั้นแข็งแกร่งมหาศาล เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ชอบหุ้นกระแสเงินสดดี ราคาไม่แพงเว่อร์ และเชื่อในฝีมือการปรับตัวของ Mark Zuckerberg

    วิเคราะห์เมื่อ: 16 มกราคม 2026

    ⚠️ คำเตือน:

    ข้อมูลนี้มีไว้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน กรุณาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

    🔗หุ้นในกลุ่มเดียวกัน (บริการสื่อสาร)