NV

NVDA

เทคโนโลยี

NVIDIA Corporation

$354.27$0.24 (-0.07%)

📊กราฟราคา

📈ข้อมูลสำคัญ

สูงสุด 52 สัปดาห์
$517.83
ต่ำสุด 52 สัปดาห์
$258.96
P/E Ratio
53.66
EPS
$9.50
เงินปันผล
0.30%
Beta
0.80
ปริมาณ
13.32M
มูลค่าตลาด
$70.86B

📝บทวิเคราะห์ภาษาไทย

บริษัทนี้คืออะไร ทำอะไร

NVIDIA Corporation คือ "ผู้ขายพลั่วในยุคตื่นทอง AI" (The Picks and Shovels of AI Gold Rush)

เดิมที NVIDIA เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตการ์ดจอ (GPU) สำหรับเล่นเกมคอมพิวเตอร์ แต่ Jensen Huang ซีอีโอผู้มีวิสัยทัศน์ค้นพบว่าชิป GPU ที่มีความสามารถในการประมวลผลแบบขนาน (Parallel Processing) นั้นทำงานคำนวณซับซ้อนได้ดีกว่า CPU ทั่วไปมาก

ปัจจุบัน NVIDIA คือเจ้าพ่อชิป AI ครองตลาด Data Center GPU เกือบ 100% สำหรับการเทรน AI เช่น ChatGPT, Gemini, Llama ถ้าไม่มีชิป H100/H200 หรือ Blackwell ของ NVIDIA โลก AI ก็เกิดขึ้นไม่ได้

นอกจากชิป NVIDIA ยังสร้าง CUDA ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มที่ทำให้นักพัฒนาติดหนึบ (Lock-in) ไม่สามารถย้ายไปใช้ชิปยี่ห้ออื่นได้ง่ายๆ

ประวัติและความเป็นมา

ก่อตั้งปี 1993 โดย Jensen Huang, Chris Malachowsky และ Curtis Priem เน้นตลาดกราฟิก 3D

  • 1999: ประดิษฐ์ GPU ตัวแรก (GeForce 256)
  • 2006: เปิดตัว CUDA เปิดทางให้ใช้ GPU คำนวณงานวิทยาศาสตร์และ AI ได้
  • 2023: หุ้นพุ่งทะยานจากกระแส Generative AI ทำให้มูลค่าบริษัททะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ และ 3 ล้านล้านดอลลาร์อย่างรวดเร็ว
  • โมเดลธุรกิจและแหล่งรายได้

    โครงสร้างรายได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา:

    1. Data Center (ประมาณ 80-85% ของรายได้): รายได้จากการขาย GPU ระดับ Enterprise (H100, Blackwell) และระบบเครือข่าย (Networking - InfiniBand) ให้กับ Cloud Providers (Microsoft, Google, Amazon, Meta) นี่คือเครื่องยนต์หลักที่โตระดับ 200-300%

    2. Gaming (ประมาณ 10-15%): การ์ดจอ GeForce RTX สำหรับเกมเมอร์ ยังเป็นธุรกิจที่ดีแต่กลายเป็นส่วนน้อยไปแล้ว

    3. Professional Visualization (ProViz) & Automotive: ชิปสำหรับงานออกแบบและรถยนต์ไร้คนขับ ยังเป็นส่วนเล็กๆ แต่มีศักยภาพในอนาคต

    ผลประกอบการและฐานะการเงิน

  • เติบโตแบบ Hyper-growth: รายได้และกำไรเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในบริษัทขนาดใหญ่ขนาดนี้
  • Profit Margin ระดับเทพ: Gross Margin สูงถึง 75% ซึึ่งถือว่าบ้ามากสำหรับบริษัทฮาร์ดแวร์ แสดงถึงอำนาจผูกขาดที่แท้จริง ลูกค้าแย่งกันซื้อของแพงโดยไม่เกี่ยงราคา
  • กระแสเงินสดล้น: มีเงินสดเหลือเฟือจนเริ่มจ่ายปันผลและซื้อหุ้นคืน
  • ความเสี่ยง

    1. วัฏจักร (Cyclicality) และความยั่งยืนของ Demand: คำถามใหญ่สุดคือ บริษัทต่างๆ จะซื้อชิป AI ล็อตใหญ่ไปนานแค่ไหน? ถ้าลงทุนไปแล้วยังทำกำไรจาก AI ไม่ได้ จะมีการชะลอการสั่งซื้อหรือไม่?

    2. การแข่งขัน: AMD (MI300) เริ่มตีตื้นขึ้นมา และลูกค้าอย่าง Microsoft/Google/Amazon ก็เริ่มผลิตชิปใช้เอง (Custom Chips) เพื่อลดการพึ่งพา NVIDIA

    3. ปัญหา Supply Chain และจีน: NVIDIA จ้าง TSMC ผลิตชิปแต่เพียงผู้เดียว ความเสี่ยงไต้หวันคือความเสี่ยงบริษัท และการห้ามขายชิปให้จีนของสหรัฐฯ ก็ตัดรายได้ก้อนโตออกไป

    การเติบโตและโอกาส

    1. Sovereign AI: ประเทศต่างๆ (ซาอุฯ, ฝรั่งเศส, ญี่ปุ่น, อินเดีย) ต้องการสร้าง Data Center ของตัวเองเพื่อเทรนโมเดลภาษาประจำชาติ เป็นตลาดใหม่ที่ใหญ่มาก

    2. Blackwell Cycle: ชิปยุคใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมมาก จะกระตุ้นให้เกิดรอบการอัปเกรด Data Center อีกครั้ง

    3. Software & Services: NVIDIA พยายามขายซอฟต์แวร์ (NVIDIA AI Enterprise) เพื่อสร้างรายได้ Recurring และหนีวัฏจักรฮาร์ดแวร์

    4. Robotics & Digital Twins: โอษฐ์ถัดไป (Omniverse) สำหรับโรงงานและหุ่นยนต์

    สรุปและมุมมอง

    NVIDIA คือ "The King of AI" หุ้นที่เป็นตัวแทนของยุคสมัย AI

    มีความเสี่ยงสูงกว่า Apple หรือ Microsoft เพราะราคาหุ้น Price-in ความคาดหวังการเติบโตไว้สูงมาก และธุรกิจมีความผันผวนตามวัฏจักรการลงทุน (Capex Cycle) ของยักษ์ใหญ่

    เหมาะสำหรับ: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง เชื่อมั่นใน "Supercycle" ของ AI ว่าเพิ่งจะเริ่มต้น และมองข้ามความผันผวนระยะสั้นได้ เพื่อหวังผลตอบแทนที่เป็นกอบเป็นกำ

    วิเคราะห์เมื่อ: 16 มกราคม 2026

    ⚠️ คำเตือน:

    ข้อมูลนี้มีไว้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน กรุณาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน