🔗ลิงก์ข้อมูลเพิ่มเติม
📊กราฟราคา
📈ข้อมูลสำคัญ
📝บทวิเคราะห์ภาษาไทย
บริษัทนี้คืออะไร ทำอะไร
The Sherwin-Williams Company (SHW) คือ "จอมราชันย์แห่งสีทาบ้าน"
ถ้าคุณเดินเข้าไปในร้านวัสดุก่อสร้างในอเมริกา... คุณจะเห็นโลโก้ "Cover the Earth" (เทสีราดโลก) ของ Sherwin-Williams อยู่ทุกที่
SHW คือบริษัทสีที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ธุรกิจมี 2 ขาหลัก:
1. Paint Stores Group: ร้านขายสี Sherwin-Williams (ที่เป็นร้านของตัวเอง) กว่า 4,600 สาขา เน้นขายให้ช่างรับเหมาทาสี (Pro Painters) ซึ่งเป็นลูกค้าเกรด A ซื้อบ่อย ซื้อเยอะ
2. Consumer Brands Group: สีแบรนด์อื่น (เช่น Valspar) ที่ขายผ่านห้างอย่าง Lowe's หรือ Home Depot ให้คนทั่วไปซื้อไปทาเอง (DIY)
โมเดลธุรกิจ: Controlled Distribution
"เป็นเจ้าของช่องทางจำหน่าย":
ไม้ตายของ SHW คือ "ร้านของตัวเอง" (Company-operated stores)
การมีร้านเองทำให้ SHW คุมราคาได้ คุมบริการได้ และสร้างความสัมพันธ์กับช่างทาสีได้เหนียวแน่น (มีบริการส่งสีถึงหน้างาน, ให้เครดิตช่าง)
ช่างทาสีส่วนใหญ่ "ติด" แบรนด์นี้ เพราะคุณภาพสีดี ทาแล้วงานจบไว ไม่ต้องแก้งาน (เวลาคือต้นทุนของช่าง)
SHW มีอำนาจการขึ้นราคา (Pricing Power) สูงมาก... ขึ้นราคาวัตถุดิบปุ๊บ SHW ขึ้นราคาขายปั๊บ ลูกค้าก็ต้องยอมซื้อ
ความเสี่ยง
1. ตลาดอสังหาฯ (Housing Market): ยอดขายสีแปรผันตามยอดขายบ้านเก่าและสร้างบ้านใหม่... ถ้าคนไม่ซื้อบ้าน ก็ไม่ทาสีบ้าน
2. ต้นทุนวัตถุดิบ (Raw Materials): สีทำจากสารเคมีและไทเทเนียมไดออกไซด์... ถ้าราคาน้ำมันหรือสารเคมีพุ่ง ต้นทุน SHW ก็พุ่ง (แต่เขาส่งต่อภาระให้ลูกค้าได้เก่ง)
สรุปและมุมมอง
Sherwin-Williams คือหุ้น "Quality Compounder" ระดับตำนาน
ราคาหุ้นแพง (P/E High Premium) เสมอ เพราะคุณภาพคับแก้ว
ผู้บริหารเก่ง จัดการต้นทุนเยี่ยม และคืนกำไรให้ผู้ถือหุ้นหนักมาก (ปันผล + ซื้อหุ้นคืน)
ต่อให้ตลาดอสังหาฯ จะแย่ แต่คนก็ยังต้องซ่อมแซมบ้านทาสีอยู่ดี... SHW จึงเป็นหุ้นที่น่ามีติดพอร์ตระยะยาว
⚠️ คำเตือน:
ข้อมูลนี้มีไว้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน กรุณาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน