เวลาอ่านหนังสือคลาสสิกของ Jack Bogle บางทีเราก็อาจจะชะงักว่า "เดี๋ยวสิ นั่นมันหนังสือปรัชญายุค 20 ปีที่แล้วนะ! สมัยนี้กองทุน Active Fund สายซุ่มเขาใช้ระบบคอมพิวเตอร์ AI และ Big Data ล้ำๆ ในการเลือกหุ้นเทรดกันแล้ว พวกเขาน่าจะฉลาดพอที่จะเอาชนะตลาดดัชนีรวม (Index Fund) โง่ๆ ได้สบายๆ สิ!"
มันเป็นข้อถกเถียงระดับชาติที่นักลงทุนมือใหม่ฝันเฟื่องครับ แต่โชคดีที่เราไม่ต้องมาเถียงกันด้วยอารมณ์ เพราะในระดับสากลเขามีสมุดพกประจำปีที่ชื่อว่า SPIVA Report (S&P Indices Versus Active)
รายงานฉบับนี้เสมือนยมบาลแห่งวอลล์สตรีต ที่ออกสถิติมา "ฉีกหน้ากาก" กองทุน Active Fund แบบกระจุยกระจายทุกปี... วันนี้ Bulltiq.com พามาเช็กตัวเลขสถิติปัจจุบันกันครับว่า คำกล่าวอ้างของปู่ Bogle ยังขลังอยู่หรือไม่ในศตวรรษที่ 21?
เปิดสมุดพกสถิติ SPIVA ย้อนหลัง 15 ปี!
ถ้าคุณคัดกองทุนเกียรตินิยม Active Funds ขนาดใหญ่ (Large-Cap) ทั้งหมดในประเทศอเมริกา มาวิ่งแข่งกับดัชนีอ้างอิง S&P 500 แบบยาวๆ... ผลลัพธ์บาดใจผู้ถือหน่วยลงทุนแบบโหดเหี้ยมมากครับ:
- •แข่งระยะกสั้นงวด 1 ปี: บางปีกองทุน Active ผีผลัก เก่งกว่าดัชนีนิดหน่อย (แต่เกินครึ่ง... 60% ก็ยังสู้ตลาดเจ๊งอยู่ดี)
- •แข่งยืดหยุ่นงวด 5 ปี: สถิติเริ่มชัดเจน... กว่า 75% ของบรรดาเซียนกองทุน ผลประกอบการร่วงต่ำกว่า S&P 500
- •แข่งระยะข้ามทศวรรษขิงๆ (15-20 ปี): นี่คือจุดชี้เป็นชี้ตาย แจ็คพอตคือ "90% เสียหายแหลกขยี้!" หมายความว่า มีเซียนเทพขนานแท้รอดชีวิตทำผลงานชนะ S&P 500 ได้เพียงแค่ไม่ถึง 10 เจ้าจากดงเป็นร้อยๆ เจ้า! นอกนั้นถ้าไม่ทำลูกค้าขาดทุนยับ ก็ตีม้วนปิดกองหนีเจ๊งพับกระดานกลับบ้านไปแล้ว!
ถ้าข้อสอบนี้เป็นชะตาเงินออมทั้งชีวิตของคุณ... คุณจะเลือกเดิมพันกับกลุ่ม 10% หรือฝังเงินกับค่าดัชนีกองทุนฟางเส้นใหญ่ 90% ครับ? Bogle ยิ้มแก้มปริบนสวรรค์แน่นอนครับ!
ทำไม "เซียนใส่สูท" ถึงแพ้ตลาดได้ยับเยินขนาดนี้?
บางคนบอกว่าผู้จัดการวอลล์สตรีตพวกนี้ก็เรียนจบ Ivy League ด็อกเตอร์เลขล้วนๆ ทำไมถึงบริหารหุ้นได้ห่วยบรรลัย? Bogle ถอดสมการความพ่ายแพ้มาตีแผ่ว่า ไม่ใช่พวกยัปปี้สูทเขาโง่... แต่มันคิวปิดศรร้ายของ "ต้นทุนโครงสร้างบังคับแพ้" ต่างหาก
1. สมการหั่นกำไร (Cost Matters Hypothesis) อธิบายง่ายๆ ตลาดหุ้นมันคือชาร์ต Zero-Sum Game ก่อนหักค่าคอมฯ ทุกคนที่เทรดก็ได้ผลลัพธ์เฉลี่ยแบ่งเค้กกัน แต่กองทุนผู้จัดการระดับโลก ต้องคิดค่าไฟออฟฟิศ ค่าเช่าตึกหน้าแมนฮัตตัน ค่าโบนัสเซลส์ และค่าบริหาร (Expense Ratio 1-2%) สุดท้ายพอเอากำไรตลาดมาหัก "ค่าธรรมเนียมโหดๆ" เหล่านี้ต่อปี กองทุนเลยพ่ายแพ้ความฝืดของตารางผลตอบแทน
2. กฎการบังคับเทรดเยอะจนพลาด (Over-trading) ผู้จัดการกองทุนรับจ๊อบต้องโชว์ผลงานบ่อยๆ เขาจะถูกลูกค้าแรงกดดันให้ต้องวิจิตรพิสดาร "คอยซื้อสับเปลี่ยนหุ้นตลอดเวลา" ตามข่าวรายไตรมาส พอกดปุ่ม Trade ถี่ๆ พอร์ตก็เต็มไปด้วยค่ารูดคอมมิชชั่นกับภาษี Capital Gain และยิ่งตัดสินใจเยอะ... เปอร์เซ็นต์ "คลิกคาดการณ์อนาคตผิดพลาด" ในจังหวะสั้นๆ ก็ทวีคูณระเบิด! เทียบกับดัชนี Index นิ่งๆ ดองยาว ซื้อหลับๆ ปล่อยมันโตไปเรื่อยๆ นี่แหละเซียนหลบทัน!
เอาตัวรอดในฐานะนักลงทุนไทย!
คุณไม่ต้องบินไปซื้อกองทุนที่อเมริกาก็หนีคำสาปนี้ได้! ในปัจจุบัน การที่คุณหยิบมือถือเปิดพอร์ตโบรกเกอร์ (Broker ต่างประเทศ หรือผ่าน Dime/InnovestX) แล้วเข้าไปจับจ่ายกดซื้อรหัส "VOO (Vanguard S&P 500 ETF)" หรือ "IVV (iShares Core S&P 500)" รัวๆ เก็บเงียบๆ แบบรายเดือน (DCA)
นี่แหละครับคือการที่คุณตบประจัญหน้าบอกปัด กองทุนธนาคารไทย หรือแม้แต่กองมิวชวลฟันด์ระดับโลก ว่า "ผมไม่เสียค่าจ้างให้พวกพี่เล่นเสี่ยงทายหรอกครับ ผมเหาะกอดตลาดทั้งทวีปฟรีๆ ไปดีกว่า"
สรุปและ Call to Action
- 1.ตัวเลข SPIVA ไม่เคยโกหก 90% ของตลาดมือปืนรับจ้าง ทำงานล้มเหลวพ่ายแพ้เส้นฐาน S&P 500
- 2.ซื้อ ETF ตัวแม่คุณจะคว้ารางวัลชนะตลาดกว่า 90% ไปแบบขี้โกงเนียนๆ!
- 3.เลิกดิ้นรนฟังข่าวกาวๆ เลือกฟองสบู่ให้เสียเวลา "ความอืดดิ่งเนิร์ดๆ ของ Index" เป็นเพื่อนซี้ที่ดีที่สุดในระยะคอมพาวดิ้งดอกเบี้ยครับ
เริ่มต้นประหยัดกระสุน ค้นหาสถิติอภินิหาร 10 ปีรวดของ Index S&P 500 คู่แข่งแสนเฉื่อยที่ไม่มีวันตาย ได้บนชาร์ตกราฟที่กระดานประเมินผล Bulltiq.com นะครับ สัมผัสความจริงไร้มายา แล้วให้ดัชนีสหรัฐจัดการชีวิตมหาเศรษฐีให้คุณตลอดไป!
Disclaimer: สถิติผลดัชนีการแข่งขันรายเปรียบ SPIVA อิงจากตัวประเมินอดีตกาลกว้างฐานระดับมหาภาค กรณีย่อยบางองค์ประกอบกองทุนอาจชนะในวาระเฉพาะ การชึ้เป้าเจาะลง ETF เป็นวิทยาทานสายกองทุนเท่านั้นโปรดพิจารณาความเสี่ยงอย่างรอบขอบ