บริษัทไหนคือความภาคภูมิใจและยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา? ถ้าคุณถามคำถามนี้ในยุค 1990s คำตอบเสียงแข็งร้อยทั้งร้อยจากนิตยสารระดบท๊อป คือบริษัทพลังงานนามกระเดื่อง... "ENRON" (เอนรอน)
Enron คือโคตรมหาเมกะบริษัท (ติดอันดับ 7 บริษัทยักษ์ใหญ่ของอเมริกา) ที่รวบรวมเด็กจบใหม่มันสมองหัวกะทิ (The Smartest Guys in the Room) จากฮาร์วาร์ดมาไว้เต็มตึก ราคาหุ้นกระฉูดขุมพลัง 6 เท่ากวาดขุมทรัพย์มหาศาลตลอดสิบปี เป็นขวัญใจนักวิเคราะห์และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งประดิษฐ์ประเทศ!
แต่ในบ่ายวันหนึ่งของเดือนธันวาคม ปี 2001 ปราสาทแก้วหน้าฉากแห่งนี้... ล้มครืน ประกาศล้มละลายย่อยยับหายสาบสูญ!! ทำให้พนักงานตกงานกระจุย 2 หมื่นคน เงินเก็บเกษียนระเหยหายรัง หมื่นล้านเหรียญปลิววับกับสายลม!
เกิดทุจริตบ้าอะไรขึ้นใต้งบการเงินนี้? และนักลงทุนรายย่อยระดับมดอย่างเราๆ สามาถเสาะจับไต๋ความเน่าเฟะก่อนบ้านบึ้มได้หรือไม่? มาถอดรหัสกันครับ!
เมายากันยุงระดับเทพ: Mark-to-Market Accounting
กลโกงอันดับแรกของ Enron ไม่ใช่การแบกปืนปล้นธนาคารแจกจ่าย แต่เป็นการใช้ "ช่องว่างทางกฎหมายบัญชีแนวลึก" ที่เรียกว่า Mark-to-Market (การบันทึกบัญชีตามราคาประเมินตลาด)
สมมติ Enron บินไปเจรจาสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซที่ประเทศอินเดีย (สัญญาผูกพัน 20 ปี) แทนที่นักบัญชีของบริษัทจะบันทึกรายได้ของปีนี้แบบปกติ... CEO พี่แกเล่น "มโนประเมินยอดรายได้ล่วงหน้าในอีก 20 ปีข้างหน้า" แล้วเหมาเสกตัวเลขจดโปะเป็น "กำไรเข้ากระเป๋าของบริษัทในไตรมาสเดียวนั้นเลย!"
ยอดขายมันถึงได้ระเบิดกราฟเว่อร์วังตบตานักลงทุน (เพราะมันคือกำไรในอากาศที่ยังไม่ได้สัมผัสเงินสดจริงแม่แต่แดงเดียว!)
เวทมนตร์ลวงตาจอมปีศาจ: "SPVs" (บริษัทย่อยที่ซุกซ่อนกลิ่นเน่า)
เมื่อมีรายได้หรูหราแล้ว ถ้าบริษัทเกิดลงทุนพัง ขาดทุนหนี้ท่วมหัว พวกเขาปกปิดยังไงล่ะเพื่อไม่ให้หุ้นตก?
กระบวนท่าของ CEO ผู้ฉลาดแกมโกงคือ ดำดิ่งจัดตั้ง "บริษัทย่อยจดทะเบียนนิติบุคคลสมมติ" (Special Purpose Vehicles - SPVs) ซ่อนไขว้กันเป็นร้อยๆ พันๆ บริษัท แล้ว Enron ก็โอนเอา "หนี้สิน" และ "สารพัดโปรเจกต์ที่เจ๊งทะลุบ่อ" สาดโครมไปยัดแอบซ่อนไว้ในงบของไอ้บริษัทย่อยพวกนี้!
พอนักลงทุนปุถุชนทั่วไป รวมถึงผู้ตรวจสอบทางบัญชี เปิดหน้างบเฉพาะบริษัทยักษ์ใหญ่ของฝายขวาขึ้นมาดู... ก็จะเห็นแค่ตารางโผล่ว่า "หนี้สินโคตรน้อย กำไรโคตรงาม!" หารู้ไม่อุจจาระเน่าเหม็นฟุ้งมันกองพะเนินสุมซ่อนพรมอยู่ใต้พรมบริษัทย่อยเป็นภูเขาเลากา
Red Flags (สัญญาณเตือนภัย) สกัดจุดแก๊งตบตาชาวโลก
ความบรรลัยของ Enron สอนสายเลือดแมงเม่าหน้าใหม่ในตลาดด้วยกฎการดมกลิ่นเตือนภัย (Red Flags) ฉกาจๆ ดังนี้ครับ:
1. ธุรกิจอะไรวะเนี่ย งงเป็นไก่ตาแตก! (The "Too Complex" Business) ถ้าคุณอ่านรายงานบริษัท เลื่อนไป 10 หน้าแล้วยังไม่เข้าใจลึกซึ้งเลยว่า "ตกลงมึงหาเงินทางไหนวะ?" งบการเงินมีหมายเหตุย่อหน้าเล็กๆ แอบลึกซึ้งร้อยบรรทัด... ม้วนทิ้งถังขยะเถอะครับ บริษัทที่โปร่งใส การหาแหล่งที่มาของกำไรมันต้องอธิบายให้เด็กอนุบาลฟังรู้เรื่อง! (Warren Buffett เลินเล่อส่ายหน้าหนีไม่ยุ่งกับ Enron แต่ต้นเพราะเขาบอกว่าเขางงกับงบมันนี่แหละ!)
2. ผู้บริหารถ่ายพอร์ตตบชิ่งหนายขายหุ้นทิ้ง (Insider Selling) ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงอย่าง Kenneth Lay ออกมาตะโกนประกาศโฆษณาตามทีวีให้นักลงทุนและพนักงาน "จงกอดซื้อเก็บหุ้น Enron รวยแน่ตัวนี้อนาคต!" ...แต่ในแฟ้มลับสถิติสำนักงาน ก.ล.ต ผู้บริหารพวกนี้กลับกดเทปุ่ม "ขายหุ้น (Sell) ระบายพอร์ตตัวเองทิ้งกอบโกยตังหลาวหนีเข้าเป๋ารัวๆ เป็นหลัก 100 ล้านดอลลาร์" นี่คือความหน้าไหว้หลังหลอกฉบับอำพันเลยครับ!
3. กำไรโตล้นฟ้า แต่กระแสเงินสดติดลบ? (Profit vs Cash Flow Discrepancy) นี่แหละคือสุดยอดสกิลการจับผิดบัญชี! บรรทัด "กำไรสุทธิ (Net Income)" ของ Enron ใน Excel มันบวกกระจายสวยงาม แต่พอลงไปเหลือบมองตาในผืนสมุดแบงก์หน้า "กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Operating Cash Flow)" ดันติดลบกะพร่องกะแพร่ง เงินสดกอดหมุนเวียนไม่มี! จำไว้เลยว่า กำไรบัญชีมันแต่งหน้าทาปากได้... แต่เงินสดที่ไหลเข้าธนาคาร ของจริงมันปลอมตอแหลไม่ได้!
สรุปและ Call to Action
- 1.Enron ล่มสลายเพราะการแต่งงบฉ้อโกงซ่อนหนี้ไว้ในบริษัทย่อยและเสกรายได้มโนล่วงหน้าขึ้นบนอากาศ
- 2.สุดยอดบริษัทอเมริกาก็มีแกะดำกบฏนักต้มตุ๋น จงระวังโมเดลธุรกิจที่ซับซ้อนฉูดฉาดจนจับต้องกระแสเงินไม่ได้
- 3.สัญญาณเตือนตายสำคัญคือ ทิศทางผู้บริหารแห่เทขายหุ้นตัวเอง และกำไรห่างปืนกลกับกระแสเงินสด
คุณไม่ได้สวมบทเจ้านายสืบสวนคดีโกง แค่ฝึกสะบัดนิ้วกรองแยกกำไรลมลอยออกจากกระแสเงินสดรัดกุม! ในแพลตฟอร์มหน้าเทอร์มินัล Bulltiq.com เราได้ลิ้งก์สรุปหมวดกระแสเงินสด (Cash Flow) ของบริษัทยักษ์ให้อ่านง่ายแทงทะลุพอร์ต ช่วยคัดกรองขยะออกไปจากเป้าสายตาคุณ ให้คุณโฟกัสช้อนเฉพาะบริษัทน้ำดีของจริงขั้วทวีปอเมริกากันครับ!
Disclaimer: แม้เกณฑ์มาตรวัดสถาบันก.ล.ต. สหรัฐอเมริกายุคปัจจุบันเข้มงวดตรวจสอบมิดชิดกว่าเดิมหลายระดับ แต่ความพยายามตบตาตลาดของบริษัทย่อยเทคยุคใหม่ยังปะทุเป็นระยะ โปรดสำรวจสัญญาณขัดย้อนลึกอยู่เสมอ