เวลาเข้าไปซื้อหุ้นสักตัว อารมณ์มันเหมือนคุณ "เอาเงินก้อนนึงไปยัดใส่มือ CEO ของบริษัทนั้น แล้วฝากให้เขาเอาไปบริหารหาดอกผลมาคืนให้หน่อย" คำถามคือ... แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าไอ้ประธาน CEO หรือผู้บริหารชุดเนี้ย มัน "เก่งสมชื่อ" หรือมัน "มั่วโง่ละลายเงินทุนเราทิ้งแม่น้ำเฉยๆ?"
สิ่งที่จะเอามาส่องตรวจพฤติกรรม CEO ลอกคราบผู้บริหารตัวจริงออกมา คือสองเครื่องมือเรดาร์ที่นักวิเคราะห์ชั้นเทพบูชานามว่า: 1. ROE (Return on Equity - ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น) 2. ROIC (Return on Invested Capital - ผลตอบแทนต่อเงินลงทุนทั้งหมด)
ถ้าคุณรู้จักคู่แฝดสองตัวนี้ คุณจะเลิกตื่นเต้นกับตัวเลขค่า P/E ชิคๆ ไปเลยครับ! มาดูสูตรการแสกนคราบงบดุลกันแบบไม่ต้องสวมแว่นปวดขมับ!
1. ROE: มาตรวัดพลังกำไรจากตังค์คุณเอง
สมมติคุณมีเงินทุนเก็บล้วนๆ ไม่กู้ใครเลย 100 บาท (ส่วนของผู้ถือหุ้น Equity) คุณเอาไปลงทุนเปิดแผงขายส้มตำ ปรากฏว่าสิ้นปี แผงส้มตำของคุณทำกำไรหักต้นทุนได้ 20 บาท
ความเก่งกาจในการใช้เงินของคุณคือ: (กำไร 20 บาท ÷ เงินทุน 100 บาท) = ROE ทะลุ 20% ! (แปลภาษาคนคือ: เงินก้อนทุกๆ 100 บาทที่คุณทุ่มลงไป ผู้บริหารสามารถเบ่งคลอดลูกออกมาเป็นกำไร 20 บาทคืนให้กระเป๋าคุณ! โคตรคุ้ม!) กฎเหล็กเบื้องต้น: เซียนหลายคนชอบล่ากว้านซื้อบริษัทที่เสกเกจ ROE ให้ยืนผงาดดุเดือด เกิน 15% - 20% อย่างต่อเนื่อง เป็นประเพณี 5 ปีรวด นั่นแหละคือสัญลักษณ์ยอดฮีโร่ติดจรวด
⚠️ แต่เดี๋ยวก่อน! ROE มีลวดลายอันตรายซ่อนอยู่! สมมติ CEO เลวๆ บางคน "อยากโกงปั่นค่า ROE ให้ดูมหากาฬ" (เพื่อเอาโบนัส) พวกเขาเจาะระบบโดยการ "ไปกู้หนี้ยืมสินแบงค์มามโหฬาร (Debt)" เพื่อเอามาสร้างกำไรงัดขึ้น สูตรคำนวณ ROE มันหารด้วยเงินทุนล้วน (Equity) ไม่นับรวมเงินกู้! แปลว่าถ้าบริษัทหนี้บานตะไทท่วมหัว ค่า ROE ของบริษัทนั้นจะระเบิดกระโดดฟอร์มสวยหลอกตาคุณทันที! (นี่คือภาพลวงตายอดฮิตที่พามือใหม่เจ๊งมานักต่อนัก รู้อีกทีบริษัทล้มละลาย!)
2. ROIC: เข็มทิศทองคำที่โกหกไม่ได้! (Charlie Munger’s Favorite)
เพื่อปกป้องอาการโดนหลอกตากู้หนี้มาปั่นงบ... เหล่าซุปเปอร์กูรูอย่าง ชาร์ลี มังเกอร์ จึ่งก้าวสูตรพึ่งพาเกจตรวจวัดร่างอัลติเมทที่ชื่อว่า ROIC
ROIC มันคือเครื่องจับเท็จที่มัดรวมทั้ง "เงินของผู้ถือหุ้น (Equity) + เงินที่ไปเผลอกู้แบงค์มา (Debt)" จับเทลงหม้อเดียวเป็นก้อน "ทุนทั้งหมด (Invested Capital)" แล้วถามกลับไปว่า... "ไอกระสุนทุกบาททั้งเงินแกทั้งเงินกู้รวมฮิตเนี่ย ผู้บริหารงอกกำไรสุทธิออกมาได้กี่เปอร์เซ็นต์วะ!?"
- •ถ้าบริษัทกู้หนี้มาขยายโรงงาน แล้วดันขาดทุนทำกำไรต่ำ... ค่า ROIC จะปักหัวดิ่งทิ่มหญ้าลงเหวทันที! หลอกตาใครไม่ได้อีกปต่อไป!
- •Charlie Munger กล่าวไว้ว่า: "ในระยะยาวร้อยปี... ผลตอบแทนของราคาหุ้นที่คุณถือ จะไม่มีวันวิ่งหนีห่างไปจากค่า ROIC ของบริษัทนั้นเด็ดขาด!" (แปลว่า ถ้ากิจการมี ROIC สุกสกาว 20% ต่อปี ทนถือนานพอกำไรพอร์ตคุณก็จะสวิงทะยานวิ่งซิงโครไนซ์ 20% เฉลี่ยตามไปชัวร์ป้าบนิ่มๆ ครับ!)
บทเรียน Case Study จับตาย (Target vs Walmart)
ถ้าคุณไปจับตารางของซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ... อาจจะมีช่วงที่ ROE ของบริษัท Target พุ่งกระเด้งชนะ Walmart สวยรื่น แต่พอปอกเปลือก ROIC มาดู... ปรากฎว่า Target อัดฉีดเงินกู้มาผลาญหนี้เพียบเพื่อปั้น ROE ในขณะที่ Walmart ขยายสาขาแบบชิวๆ ไม่กู้เยอะ ทำให้ ROIC ของ Walmart โทนแกร่งสม่ำเสมอตลอดกาล ทนทานสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจดอกเบี้ยพุ่งได้ลื่นไหลทิ้งขาดไม่เสี่ยงเหมือนTarget เลย!
สรุปและ Call to Action
- 1.ROE เช็คฟอร์มเบื้องต้นว่าเขาบริหารอัตราส่วนหมุนเงินทุนของคุณได้โคตรเก่งไหม (เป้าควร > 15%)
- 2.จงระวังภาพลวงตากำไรเงา ที่เผลอโกงซุกงบซ่อนปั่นหนี้แบงค์
- 3.เจาะสแกนไขกระดูกผจก.ด้วย ROIC เสมอ นี่คือของจริงที่ Charlie Munger กราบสวดมนต์ก่อนกดปุ่มซื้อ
กางตารางหุ้นในดวงใจคุณครับเพื่อนๆ บริษัทที่ยั่งยืนผูกขาด มักจะมีค่า ROIC ระดับเทพ (เช่น Apple ซัด ROIC เกิน 40%!) เครื่องมือจับเท็จรหัสลับดวงนี้ สามารถมุดแสกนหาเพชรได้ฟรีๆ จากแดชบอร์ดลึกสุดใจของ Bulltiq.com นะคร้าบ ส่องดูสักรอบจะได้เลิกเผลอยกกระเป๋าเงินมอบให้ CEO กระดองเต่าผลาญทุนครับป๋ม!
Disclaimer: แม้ว่า ROIC จะเป็นมาตรฐานเกจที่น่าเชื่อถือขั้นสูงสุดในการชำแหละผลกำไรทบต้น แต่บริษัท Startup ในช่วงขยายฐานลูกค้า (Growth Tech) ที่เร่งเผาเงินยึด Market Share อาจจะติดลบดิ่งเหวทั้งตัวเลขก่อนในช่วงแรก จึงเหมาะเจาะการวิเคราะห์ร่วมกับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่รายระงับเสถียรฐานผูกขาดแล้ว