ถ้าคุณเดินเข้าไปในหมู่บ้านที่มีคนอยู่ 500 คน แล้วค้นพบว่า เงินเก็บในคลังของหมู่บ้านกว่าครึ่งนึง ถูกกุมบังเหียนโดยบ้านทรงฝรั่งเศสหลังใหญ่แค่ 7 หลัง ในขณะที่อีก 493 หลังต้องแชร์ส่วนแบ่งที่เหลือ คุณจะรู้สึกตกใจไหมครับ?
ในตลาดหุ้นที่ใหญ่โตที่สุดของมนุษยชาติอย่าง S&P 500 ของอเมริกา ซีนภาพที่เพิ่งเปรียบเทียบให้ฟังคือ "ความจริงที่กำลังเกิดขึ้นหน้ากระดานเทรดวันนี้" การรวมตัวกันของ 7 บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่นี้ ถูกสื่อหน้าแรกตั้งสมญานามอันเท่ห์ระเบิดว่ากลุ่ม "The Magnificent 7" (7 สิงห์แดนเสือ)
พวกเขาทำอะไร มีอำนาจแฝงแค่ไหน และทำไมพอร์ตหุ้นไทยกระป๋องเดียวของคุณ ถึงต้องผูกติดกับกำไรขาดทุนของบริษัทพวกนี้โดยที่คุณแทบเลี่ยงไม่ได้? บทความบน Bulltiq.com นี้จะเฉลยความลับและกลไกทั้งหมดให้ทะลุปรุโปร่งครับ
สมาชิกชมรม 7 สิงห์ "Magnificent 7" มีใครบ้าง?
หากเมื่อ 10 ปีก่อนพระเอกของสหรัฐคือแก๊งน้ำมันและแบงก์ชาติ ยุคนี้ทุกหน้าจอถูกครองด้วยแก๊งพ่อมดเทคโนโลยี ไล่เรียงกันมาตามตัวหนังสือเลยครับ:
- 1.Apple (AAPL): อดีตราชาผู้มีมูลค่าบริษัท (Market Cap) ใหญ่ที่สุดในโลก เครื่องจักรปั๊มเงินสดจาก Hardware ยิ่งใหญ่และการล็อกอินทาส Ecosystem ใน iOS
- 2.Microsoft (MSFT): เจ้านายของคนที่นั่งทำงานเข้าออฟฟิศทั้งโลก ผู้พลิกฟื้นออฟฟิศตัวเองให้กลายเป็นองค์กรผู้นำวงการวิจัย AI หลังให้เงินทุนสนับสนุนก้อนโตแก่ OpenAI
- 3.Alphabet (GOOGL): พ่อบ้าน Google และ YouTube นายหน้าขายโฆษณาที่กินส่วนแบ่งตลาดโลกออนไลน์ไปครึ่งค่อนโลก และคลังข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในอินเทอร์เน็ต
- 4.Amazon (AMZN): คลังแสง E-commerce ของฝั่งอเมริกา แต่มีหมัดน็อคหล่อเลี้ยงเลือดเป็น AWS หรือแพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์ Cloud ที่ใหญ่เหนือใครในพิภพ
- 5.NVIDIA (NVDA): ม้ามืดที่โผล่ขึ้นมาผงาดในยุค AI เฟื่องฟู บริษัทผูกขาดออกแบบระบบและชิป GPU เพื่อรองรับ AI ที่บริษัทอื่นในลิสต์ยังไงๆ ก็ต้องซื้อไปใช้
- 6.Meta Platforms (META): บ้านของ Facebook, Instagram และ WhatsApp คนที่ควบคุมโซเชียลกราฟของมวลมนุษยชาติและพยายามชิงพื้นที่โฆษณาด้วยฟีดวิดีโอสั้น
- 7.Tesla (TSLA): ไม่ใช่แค่บริษัทขายรถ แต่คือบริษัทปัญญาประดิษฐ์และพลังงาน หรืองานของชายนาม Elon Musk ผู้ทำให้รถอีวีเป็นเรื่อง Mass ปนความดิบเถื่อน
มูลค่าตึกตั้งบริษัทเหล่านี้รวมกัน ปะทะเข้าใกล้หลักประมาณ 15 ล้านล้านดอลลาร์ (Trillion Dollars) ซึ่งนี่คือ ขนาดที่ใหญ่กว่าตลาดหุ้นเบอร์ 2 และ เบอร์ 3 ของโลกอย่างจีนและญี่ปุ่นเอามารวมกันเสียอีก!
ทำไมโลกนี้ (และดัชนีหุ้น) ถึง "ขาดพวกเขาไม่ได้"?
1. อำนาจในการกินรวบพฤติกรรมมนุษย์ (Monopoly by Ecosystem)
ที่ผ่านมาเวลาจะลงทุน เราคิดถึงทฤษฎีกลไกตลาดเสรีว่าจะมีคู่แข่งเสมอ แต่ Magnificent 7 พวกเขาฉีกกฎไปหมดสิ้น เพราะพวกเขาสร้าง "กำแพงปิดล้อมมนุษย์" หรือ Moat ไว้เสร็จเรียบร้อย คุณเปลี่ยนมือถือจาก iPhone ไปเป็น Android ได้ แต่คุณก็หนีบริการ Search Engine ของ Google ไม่พ้น หรือถ้าคุณทำธุรกิจ จะหนีคลาวด์ของ Amazon ก็ต้องไปเจอ คลาวด์ของ Microsoft การที่ระบบหลังบ้านทั้งหมดผูกโยงเข้ากันเป็นใยแมงมุม ทำให้รายได้และกำไรของทั้ง 7 แทบจะเป็นค่าต๋ง "ภาษีดิจิทัล" ที่คนทั้งโลกต้องทนจ่าย
2. อำนาจครองดัชนี S&P 500
S&P 500 วัดดัชนีโดยใช้ "มูลค่าตามราคาตลาด" (Market Cap-Weighted) แปลว่าใครมูลค่ากิจการใหญ่กว่า จะมี "น้ำหนักการพิจารณา" ในตะกร้าเยอะกว่า ผลคือ วันนี้ Magnificent 7 กินน้ำหนักมหาศาลเกือบ 30% (หรือราวๆ หนึ่งในสาม) ของดัชนี S&P 500 เรียบร้อยแล้ว มันแปลว่าอะไรในแง่ของคนเทรด? แปลว่า "ถ้าทั้ง 7 ตัวนี้จับมือกันขึ้น หรือ จับมือกันร่วง" ดัชนีภาพรวมทั้งหมด 500 บริษัทของอเมริกาจะถูกกราฟ 7 บริษัทนี้กระชากหัวให้ขึ้นหรือคว่ำลงตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลายนักวิเคราะห์มองว่า นี่คือภาวะ "กระจุกตัว" (Concentration) ที่น่ากลัว บางปี (เช่นปี 2023) ที่ผลตอบแทนของ S&P 500 บวก 24% นั้น แทบจะ 70% ของผลลัพธ์การขึ้นลากรวดเดียวมาจากกำไรของ 7 หุ้นข้างต้น ส่วนหุ้นตัวอื่นๆ อีก 493 บริษัทแทบจะมีผลตอบแทนแช่แข็งเสมอตัว
2 มุมมอง... โอกาส หรือ ฟองสบู่ลูกต่อไป?
มุมสว่าง (The Bull Case): ไม่เหมือนฟองสบู่ Dot-com ในยุค 2000 ที่บริษัทไม่มีรายได้มีแต่ยอดคลิกเว็บ วันนี้ Magnificent 7 คือปีศาจทำรายได้และมีโครงสร้างกำไรและกระแสเงินสดหลั่งไหลจากปล่องกำไรสุทธิทุกไตรมาส พวกเขาเป็นเจ้ามือหลักร้อยล้านพันล้านเดียวที่มีกำลังกระสุนเงินสดในการสร้างการวิจัย AI Model ถัดๆ ไป และนวัตกรรมอวกาศได้ โลกอเมริกันขาดพวกเขาไม่ได้
มุมมืด (The Bear Case): เมื่อ Valuation พุ่งสูงจากแรงซื้อแย่งกัน P/E ratio อาจติดโซน Overvalued ถ้ารัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าใหญ่เกินไปจนผูกขาด และสับคดีออกกฎหมายหั่นแยกบริษัท (Antitrust laws) เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับ Standard Oil ในอดีต หรือวันดีคืนดี เทรนด์ AI ไม่ทำเงินแบบที่โลกเก็งกำไรกันไว้ ราคาหุ้นของชาวแก๊งนี้ก็พร้อมจะดิ่งเหว สร้างฝันร้ายฉุดพาตลาดหุ้นร่วงระนาวทั้งภูมิภาคให้ช็อกได้ครับ
สรุปและ Call to Action
Magnificent 7 หุ้นยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี 7 แห่ง ที่ไม่ใช่แค่ของดีอเมริกา แต่มันคือแกนกระดูกสันหลังของโลกดิจิทัล การเติบโตของแก๊งนี้ช่วยลาก S&P 500 ให้บวกระเบิดเถิดเทิง ทำให้นักลงทุนสาย ETF ยิ้มร่า แต่อีกนัยก็คือการกระจุกตัวของความเสี่ยงขั้นสูงสุด เพราะวันไหนสิงห์เทคโนโลยีเจ็บ เศรษฐกิจพอร์ตลงทุนเราก็เตรียมจ่ายค่ายา
ถ้าคุณมี S&P 500 ETF (เช่น SPY หรือ VOO) อยู่แล้ว ยินดีด้วยครับ คุณกอดหุ้น Magnificient 7 พวกนี้อยู่ติดพอร์ตเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ถ้าคุณอยากเริ่มจับจ้องศึกษาแยกหุ้นรายตัวพวกนี้โดยเฉพาะ ลองแวะเข้ามาเซคดูข่าว กราฟระยะสั้น เทรนด์การวิ่งของ Market Overview หุ้นกลุ่มเทคที่ Bulltiq.com ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เราจัด Dashboard สรุปความเคลื่อนไหวบริษัทขับเคลื่อนโลกกระตุกใจให้คุณดูชัดๆ ก่อนลงทุนครับ!
Disclaimer: บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาและให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน โปรดศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง