ถ้าคุณเดินไปถามป้าขายข้าวแกงหน้าปากซอยว่า "เคล็ดลับรวยจากตลาดหุ้นคืออะไรป้า?" รับประกันเลยครับว่า 99% แกจะตอบคำคมนี้: "โอ๊ยยลูกเอ๊ย! ก็แค่ซื้อตอนมันร่วงถูกๆ แล้วก็รีบปล่อยขายให้คนโง่ตอนมันราคาแพงลิ่วๆ ไงล่ะ! (Buy Low, Sell High)"
โอ้โห... ฟังดูง่ายหยั่งกะปอกกล้วยเข้าปาก! ปลาน้อยๆ กระโดดว่ายทวนน้ำ! พฤติกรรมการจ้องหน้าจอ พยายามคาดเดาอนาคตว่า "สัปดาห์หน้าหุ้นจะทุบร่วง ฉันขอเทขายกอดเงินสดรอก่อนดีกว่า เดี๋ยวค่อยช้อน!" สิ่งนี้วงการวอลล์สตรีทตั้งฉายาให้ว่า การกะจังหวะตลาด (Market Timing)
แต่รู้ไหมครับ... สถิติจากสถาบันการเงินที่เก็บข้อมูลมาเป็นร้อยปี ยืนยันหนักแน่นว่า: "การพยายามกะจังหวะเข้าๆ ออกๆ ของมนุษย์ คือตัวแปรหลักพังทลายผลตอบแทน ให้ย่อยยับแย่กว่าตลาดโลก!" เพราะอะไรน่ะหรือ?
ราคาที่คุณต้องจ่าย... จากการรอ "กะจังหวะโง่ๆ"
ปัญหาของมนุษย์เราคือ... เวลาที่คุณเทขายหุ้นหนีไปถือ "เงินสด" เพื่อรอให้ตลาดตกต่ำจมดิน สัญชาตญาณความกลัวมักจะเตะตัดขา "ไม่ให้คุณกล้ากดปุ่มซื้อช้อนกลับ" ในวันที่เลือดท่วมนองเต็มกระดานจริงครับ! คุณจะรอแล้ว รอเล่า (หวังให้มันถูกลงอีกๆ) จนสุดท้ายคุณตกรถ! ตลาดกระชากเด้งดีดทะยานขึ้นผ่านหน้าหนีไปเสียฉิบ!
สถาบัน J.P. Morgan Asset Management ได้ทำการงัดงานวิจัย Backtest ดัชนี S&P 500 (ช่วงระยะเวลา 20 ปี ตั้งแต่ 2003 - 2022) ได้คำตอบที่ชวนสยองเกล้าดั่งนี้:
สมมติคุณโยนเงิน 10,000 ดอลลาร์ฝังตุ่มทิ้งไว้เฉยๆ (Fully Invested) ใน S&P 500
- •ถือแช่นิ่งไว้ 20 ปี (ไม่สนตลาดตกตลาดแพงยุ่งเกี่ยวใดๆ): เงินคุณจะได้โพล่งเด้งขึ้นมากวาดกำไรพุ่งเป็น $64,844 (ผลตอบแทนงดงาม +9.8% ต่อปี)
แต่... ถ้าคุณดันทะลึ่งเป็นสายเซียน "เทรดโยกเงินหลบกะจังหวะซิ่งๆ" แล้วเกิดความซวย พลาดไปกะจังหวะอยู่นอกตลาด (ถือแต่เงินสด) ในวันที่ตลาดพุ่งบวกแรงกระชากที่สุด ในรอบ 20 ปี... เพียงแค่พลาด 10 วัน เท่านั้น!! (ย้ำนะครับ 20 ปี มีวันเทรดตั้ง 5,000 วัน แต่แกพลาดเดาเป้าผิดไปแค่ 10 วันบวกแรงสุด)
- •ผลตอบแทนเหลือเท่าไหร่?: เงินตั้งต้นหมื่นเหรียญ จะหดโตกำไรเหลือเพียงแค่ $29,708 (ลดฮวบหายไปกว่าครึ่งของครึ่ง!)
และถ้าคุณคันมือซวยหนัก พลาดพลั้งตกรถ "40 วันที่ดีที่สุด"
- •ผลตอบแทนตลอดสองทศวรรษของคุณ จะทะยานติดลิดรอน สลายร่างลงเหวไปเหลือผลตอบแทน 0% (หรือต่ำกว่าเงินต้นด้วยซ้ำ!)
พระเอกกำไรโผล่หน้าแค่ใน "วันฝนตกพายุถล่ม"
ทำไมการกะเดาจังหวะถึงเน่าเปื่อย? เหตุผลขยี้ใจคือ: "วันที่ตลาดพุ่งบวกเด้งนรกแตกแรงระดับโลก... มักจะเกิดขึ้นแทรกสอดแซม อยู่ติดพันกับช่วงสัปดาห์ที่ตลาดเจอพายุตกร่วงตกใจแรงที่สุด (Bear Market Rally) เสมอครับ!"
ในวิกฤติช่วงโควิด มีนาคม 2020 หน้ากระดาษเลือดสาด -10% วันจันทร์... แต่เดี๋ยววันพุธก็เด้งดีดหน้าตาเฉยขึ้นมาล้อมวงปั้นบวกกระชาก +9% (ความผันผวนคลั่งวิปริต) คนที่ตั้งใจขายหนีโควิดรอช้อน พวกเขามักจะดึงคันโยกถอยไปถือเงินสด แล้ว "พลาดวันที่เด้ง +9% นี้ไปเต็มเปา" เลยตามดมก้นพอร์ตฝุ่นตลบสู้คนนั่งกอดแขนถือทิ้งเฉยๆ (Buy & Hold) ไม่ได้นั่นเอง
สรุปและ Call to Action
- 1.คำคมเทพขยี้ตลาดคือ: "Time IN the market, beats TIMING the market." (ระยะเวลาที่แช่ตัวจ่อมอยู่ในตลาด เอาชนะการจับจังหวะสวิงเข้าออกเสมอ)
- 2.มนุษย์ไม่มีญาณทิพย์ ไม่มีใครวิเคราะห์ร่วงหรือทะยานดิงนิวไฮได้ 100%
- 3.สิ่งเดียวที่นักลงทุนทำได้คือ ทยอยฝากสะสมประจำสม่ำเสมอทุกงวด (DCA - Dollar Cost Averaging) โดยดับเพลิงอารมณ์ละเว้นไม่ต้องจ้องแคร์จอชาร์ตอเมริกา
ลบแอปพังๆ ข่าวพยากรณ์พายุลูกเห็บลวงโลกทิ้งไป! หันหน้าเข้าระบบออโต้ไพล็อต หยอดกระปุกใส่ ETF S&P 500 หรือตะกร้าพอร์ตสุดแกร่ง ทุกๆ สิ้นเดือนรับเงินเดือนฝังล้อมพอร์ต ที่แพลตฟอร์มคลังจัดแผนระดับพระกาฬ Bulltiq.com นะครับ เราเชื่อว่าวิถีคนขี้เกียจนั่งกอดแขนนิ่งนี่แหละครับ คือกุญแจเพาะกระแสผลตอบแทนปราบท่าวอลสตรีตตัวจริง!
Disclaimer: ทัฆษะการถือจ่อมระยะยาวมีเกราะคุ้มกันเฉพาะในอู่ทรัพย์สินเสถียรทวีคูณ เช่น กองทุนรวม Index ETF ประเทศสหรัฐฯ การทดลองท่านี้ในประเทศเล็กเกิดใหม่อาจประสบเจอไซด์เวย์นิ่งนับทศวรรษได้