เวลาที่คุณเดินเข้าไปหาที่ปรึกษาการเงิน (Financial Advisor) ประโยคหากินแรกที่พวกเขาจะพ่นใส่หน้าคุณคือ: "โอ้! กระจายความเสี่ยงเถอะครับ (Diversification) อย่าทุ่มหมดหน้าตักในหุ้นตัวเดียว เดี๋ยวเจ๊งมาจะร้องไห้นะ!"
แน่นอน! ประโยคนี้คือ "ความจริง 100%" แต่ปัญหาใหญ่บรรลัยโลกของนักลงทุนรายย่อยไทย ก็คือ... ดันทะลึ่ง "กระจายความเสี่ยงบ้าคลั่งมากเกินขอบเขต (Over-diversification)"
เปิดพอร์ตกดแอปมือถือมาดูทีไร โอ้วแม่เจ้า! นี่พอร์ตคนฐานะชนชั้นกลาง หรือโบรชัวร์ซูเปอร์มาร์เก็ตกันแน่วะเนี่ย? ในพอร์ตมีหุ้นล่อไปซะ 50 บริษัท! แบงก์ 10 ตัว เทค 20 ตัว โรงพยาบาลอีกบานเต้ ซื้อสะสมตัวละห้าร้อยพันบาทหยุมหยิมเต็มไปหมด! วันนี้เราจะมาพิสูจน์วิชาเลขว่า ทำไมขยันกระจายขนาดนี้ มันถึงทำให้หน้าพอร์ตคุณ "ห่วยแตก" แย่กว่าคนซื้อกองทุน ETF แบบโง่ๆ วันเดียวจบอิกครับ!
"กระจาย" มากไป เสี่ยงลดลง... แต่กำไรก็ "หายวับจืดชืด!"
ในทางคณิตศาสตร์สถิติฝั่งกระดานวอลล์สตรีท (Modern Portfolio Theory) มีงานวิจัยพิสูจน์ชัดแจ้งว่า: ถ้าคุณถือหุ้นเพียงแค่ 1 ตัว... แน่นอนว่าถ้าเกิดมันล้มละลาย คุณตายดับศูนย์! (Unsystematic Risk แดงเถือก) แต่เมื่อคุณทะยอยซื้อหุ้นเพิ่มเป็น 20-25 ตัว (ที่อยู่กันคนละหมวดอุตสาหกรรม)... ความเสี่ยงปัดเศษทิ้งของคุณ มันจะลดวูบฮวบลงมาจน "นิ่งเสถียรแตะพื้น" แล้วครับ
แปลว่าอะไร? แปลว่าการที่คุณรั้นขยันกว้านซื้อหุ้นบริษัทที่ 30, บริษัทที่ 40, ยันบริษัทที่ 80... มัน "ไม่ได้ช่วยสกัดลดความเสี่ยงอะไรเพิ่มขึ้นเลยแม่แต่นิดเดียว! (Marginal Benefit เป็นศูนย์)"
แต่สิ่งที่คุณจะโดนแทรกแซงคือ "หายนะของการถูกเจือจางผลตอบแทน (Diworsification)" สมมติคุณถือหุ้น 50 ตัว และชี้โชคทองถูกหวยสุดยอด ดันมีหุ้น Nvidia บินพุ่งเด้ง +200% อยู่ในนั้น 1 ตัว! แต่เดี๋ยวก่อน! คุณซื้อ Nvidia ไว้แค่ 2% ของพอร์ตไง (เพราะกลัวความเสี่ยงเลยหารเฉลี่ยยิบย่อย) ผลตอบแทนรวม 200% อันยิ่งใหญ่ของ Nvidia พอมันมาถ่วงน้ำหนักรวมกับหุ้นที่เหลือ 49 ตัวของคุณที่นิ่งสนิทติดดอย... หน้าพอร์ตคุณโดยรวมเลยกระดิกบวกขึ้นมาแค่ "กระจ้อยร่อยจิ๋มๆ 4%" แทนที่คุณจะอิ่มอร่อยคำโต!
ถ้าอยากรวย ไม่จำเป็นต้องรู้จักมันทุกอย่าง
ปรมาจารย์ Warren Buffett ชอบพูดแซะทฤษฎีนี้ว่า:
"การกระจายความเสี่ยง (กวาดซื้อร้อยตัว) มันคือเกราะป้องกันของ 'คนที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่' ถ้าคุณรู้ลึกซึ้งทำความเข้าใจประเมินบริษัทจริงๆ แค่ 5-10 กิจการเทพๆ ก็เพียงพอให้รวยปั๊มทองแล้ว!"
คุณไม่มีปัญญานั่งเปิดอ่านงบการเงินไตรมาส (Earnings Report) ของหุ้น 50 ตัวในสหรัฐอเมริกาด้วยตัวคนเดียวหรอกครับ! (แค่ตื่นมาเช็กข่าวมันก็หมดแรงแล้ว) สู้คุณโฟกัสเฟ้นหา "เพชรน้ำเอก 10 เม็ด (High Conviction)" ที่คุณเข้าใจทะลุปรุโปร่ง จัดสรรเปะๆ เปอร์เซ็นหน้าพอร์ตให้ทรงพลัง โชว์กำไรยิงเป้าคมๆ ดีกว่าสุ่มสาดกระสุนยิงปืนกลขึ้นฟ้าครับ
ถ้าขี้เกียจวิเคราะห์ 10 ตัวล่ะ? จงโยนเข้า ETF
ถ้าคุณยอมรับจากก้นบึ้งว่า "ฉันเป็นมนุษย์ทำงานประจำ ฉันขี้เกียจหาความรู้มาคัดเลือกซื้อหุ้นตัวเต็งหวะ!" ทางออกที่ฟันธงชนะเลิศคือ การซื้อ S&P 500 ETF (อย่าง VOO, SPY) ดัชนีตัวเดียว จบปิ้ง! แค่เคาะปุ่มตัวเดียว คุณก็ได้ตะกร้าสะท้อนครอบคลุม 500 ยักษ์ใหญ่ของอเมริกา ไม่ต้องมานั่งบริหารคิวสวนสัตว์หุ้นจิปาถะเอง โยนความเสี่ยงให้ระบบคอมพิวเตอร์คัดกรองทิ้งเองได้เลย ได้ผลกวาดเฉลี่ยร่ายยาวสวยงามกว่านั่งแมนนวลเละเทะ!
สรุปและ Call to Action
- 1.ถือหุ้นเกิน 25 ตัวในพอร์ต นอกจากจะไม่ช่วยสกัดความเสี่ยงรบแล้ว ยังทำลายเปอร์เซ็นกำไรให้เน่าเปื่อยเจือจาง
- 2.โฟกัสรุกช้อนกอบโกยตักทัพตีตื้นจัดหนัก เฉพาะสุดยอดบริษัทที่คุณทำการบ้านทะลุปรุโปร่ง (Focus Portfolio)
- 3.แต่ถ้าเกลียดการจัดหน้าพอร์ตคัดเลือกตัว ให้กระซวกซื้อ "Index ETF" เป็นคำตอบเดียวที่ยุติสงครามคณิตศาสตร์
เลิกปวดหัวกดหน้าพอร์ตที่มีสีแดงสีเขียวสลับพันกันร้อยบรรทัดยั้วเยี้ยสักทีครับ! เปิดเข้ามาตรวจสอบค่าคัดสรรกองทัพแนวหน้าเพียงหนึ่งหยิบมือ หรือพึ่งพาดัชนีรวบตึง ETF จัดเต็มสหรัฐได้บนกลไกหน้าจอที่เฉียบขาด Bulltiq.com นะครับ ข้อมูลโปรคัดให้คุณกรองหาสิบตัวเน้นๆ แล้วปิดจอไปใช้ชีวิตชิลๆ ได้เลย!
Disclaimer: ทฤษฎีกระจุกตัว High Conviction พอร์ต มีกรอบความผันผวนสูงปรี๊ดเสียวสันหลังในช่วงตลาดเหวี่ยงคลื่น หากสภาวะหัวใจเปราะบาง การถอยซบ ETF กระจายเสร็ฐก็เป็นร่มเงาที่คลาสสิคสมเหตุผล