เวลานักวิเคราะห์การเงินออกมาวิจารณ์ว่า "หุ้น Apple ตอนนี้ P/E 30 เท่า แพงไปแล้วนะ" หรือ "Tesla P/E ทะลุ 100 นี่มันฟองสบู่ชัดๆ" คนที่เพิ่งเริ่มลงทุนได้ยินปุ๊บก็เกิดอาการคิ้วขมวดทันทีว่า ไอ้อัตราส่วน P/E นี่มันคืออะไร แล้วทำไมตัวเลขแค่ไม่กี่หลักถึงกล้าตัดสินว่าบริษัทระดับโลกเหล่านี้กำลังขาย "ของแพง"
สมมติคุณอยากเซ้งร้านกาแฟสักร้าน การที่คุณบอกว่าร้านนั้นตกแต่งมา 1 ล้านบาท แฟร์ไหมถ้าคุณจะซื้อ? คำตอบคือ "ไม่รู้" จนกว่าคุณจะรู้ว่าร้านนั้นทำกำไรให้คุณได้เดือนละเท่าไหร่ P/E Ratio คือหลักการเดียวกันเป๊ะๆ เลยครับ มันคือแว่นขยายที่จะบอกเราว่าไอ้ราคาหุ้นในหน้าจอที่คุณตั้งใจจะกดซื้อมันคุ้มค่ารึเปล่า คุ้มหรือไม่ หรือโดนผู้เล่นในตลาดเป่าลมฟองสบู่ใส่ซะแล้ว
มาเจาะลึก P/E Ratio บน Bulltiq.com รอบนี้ รับรองว่าคุยกับกูรูการเงินรู้เรื่องแน่นอน!
แกะสูตร P/E Ratio แบบประถม
P/E Ratio ย่อมาจาก Price-to-Earnings Ratio (ราคาต่อกำไร) สูตรตรงไปตรงมามาก: ราคาหุ้น 1 หุ้น (Price) หารด้วย กำไรต่อหุ้น (EPS หรือ Earnings Per Share)
เพื่อเห็นภาพ สมมติหุ้นร้านกะเพราป้าจอย (รหัสหุ้น JOYY) ราคาขายบนกระดานตอนนี้ หุ้นละ 100 บาท คุณเปิดหน้างบการเงินดู ปรากฏว่าร้านป้าจอยทำกำไรสุทธิหารเฉลี่ยให้ผู้ถือหุ้นได้ 5 บาท/หุ้น/ปี เอามาเข้าสูตร: 100 (ราคา) / 5 (กำไร) = 20 เท่า
ความหมายของ 20 เท่า คืออะไร?
- 1.มุมมองเรื่องระยะคืนทุน: มันแปลว่าถ้ากำไรของป้าจอยยังคงเท่าเดิมที่ 5 บาท/ปีไปเรื่อยๆ คุณจะต้องถือหุ้นนี้ทิ้งไว้ "20 ปี" ถึงจะได้ทุนคืนทั้งหมดที่ 100 บาทนั่นเอง
- 2.มุมมองเรื่องความคาดหวัง: คุณยอมจ่ายเงิน 20 บาท เพื่อแลกกับกำไรที่บริษัทปั่นออกมาได้ 1 บาท
ดังนั้น โดยพื้นฐานแล้ว หุ้นที่มี P/E สูง แปลว่า หุ้นแพง (คืนทุนช้า ผู้คนให้ความคาดหวังสูงปรี๊ด) ส่วน หุ้นที่มี P/E ต่ำ แปลว่า หุ้นถูก (คืนทุนเร็ว คนไม่ค่อยสนใจ)
ถ้า P/E ยิ่งต่ำยิ่งดี งั้นไปเหมาซื้อบริษัทที่มี P/E ต่ำ 2 เท่า เลยสิ?
เดี๋ยวก่อน! ตลาดหุ้นอเมริกาไม่ใช่เลขคณิตศาสตร์ 1+1 = 2 ครับ ตัวเลข P/E ในตลาดหุ้นไม่ได้เป็นแค่เครื่องคิดเลข แต่คือ "มาตรวัดความคาดหวังในอนาคต" ที่นักลงทุนทั่วโลกตีมูลค่า (Valuation)
ทำไมหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (Tech Stocks) ถึงมี P/E ทะลุอวกาศเป็น 40, 50 หรือหลุด 100 เท่า? ตอนที่ Amazon (AMZN) หรือ Tesla (TSLA) เริ่มก้าวเข้าตลาดใหม่ๆ หรือขยายอ่าง AI ชิปอย่าง NVIDIA (NVDA) หุ้นเหล่านี้มักจะมีตังเลข P/E ที่สูงลิบลิ่วจนดูน่าเกลียด เพราะอะไร? เพราะว่าตลาดและนักลงทุน "คาดหวัง" ว่ากำไรของพวกเขาในอนาคตอันใกล้จะระเบิดเติบโตขึ้นแบบทวีคูณ (Growth) กลับไปสูตรเดิม P/E = Price / Earnings ถึงราคาจะแพง แต่ถ้านักลงทุนเชื่อว่าปีหน้า Earnings ตัวหารด้านล่าง จะพุ่งพรวดเป็น 3 เท่าตัว P/E วันนี้มันจะกลับมาลดฮวบดูถูกลงทันที ในภาษาหุ้นเรียกว่า "Growth justified Valuation" (หุ้นแพง เพราะการเติบโตมันคุ้มราคา)
ในทางกลับกัน ทำไมหุ้นแบงก์หรือปั๊มน้ำมัน P/E ต่ำเตี้ย 8 ถึง 10 เท่า แต่ก็ไม่มีใครอยากแห่ซื้อ? เพราะธุรกิจเหล่านี้คือ "หุ้นอิ่มตัว (Matured Value)" กำไรปีที่แล้วทำได้ 100 ล้าน ปีหน้าก็คงทำได้ 102 ล้าน มันไม่ได้มีการกระโดดแบบ AI เปลี่ยนโลกแล้ว ราคา P/E ที่ต่ำจึงเป็นสิทธิพิเศษของหุ้นสายปันผลที่มีเสถียรภาพ แต่บางครั้ง P/E ที่ต่ำติดดินมากๆ (เช่น หลุด 5 เท่า) ก็เป็นคำเตือนร้ายแรง หรือที่เรียกว่า Value Trap (กับดักหุ้นถูก) เพราะนักลงทุนกลัวว่าบริษัทมีปัญหาภายใน อุตสาหกรรมกำลังตาย และกำไรในอนาคตอาจหดตัวจนขาดทุนในที่สุด
3 วิธีใช้ P/E สแกนว่าหุ้นมันแพงเกินเบอร์หรือยัง
วิธีใช้ P/E ที่ถูกต้อง ไม่ใช่การดูตัวเลขโดดๆ แต่ต้องมีกระจกสะท้อนเปรียบเทียบ
- 1.เปรียบเทียบกับตัวเองในอดีต (Historical P/E):
สมมติ 5 ปีที่ผ่านมา หุ้น Apple (AAPL) เทรดซื้อขายกันอยู่ที่ P/E ค่าเฉลี่ยประมาณ 25 เท่ามาตลอด แต่อยู่ๆ วันนี้ กราฟโชว์ P/E พุ่งทะลุ 38 เท่า! โดยที่ Apple ไม่ได้มีผลิตภัณฑ์พลิกโลกใหม่อะไรออกวางขายเลย นี่แหละคือสัญญาณ Overvalued มีโอกาสโดนทุบเทขายปรับฐานราคาแรงให้กลับไปหาค่าเฉลี่ย
- 1.เปรียบเทียบกับบริษัทในแก๊งค์เดียวกัน (Peer Comparison):
คุณจะเอา P/E ของ Microsoft ที่เป็นซอฟต์แวร์สุดล้ำ ไปเทียบกับ Coca-Cola ขายน้ำอัดลมไม่ได้! อุตสาหกรรมใครอุตสาหกรรมมัน ถ้าคุณจะดูว่าแบงก์ JPMorgan ถูกหรือแพง ก็ต้องเรียงเทียบ P/E เฉพาะกลุ่ม Bank of America หรือ Wells Fargo ถึงจะเห็นภาพชัดที่สุด
- 1.ใช้ Forward P/E แทน Trailing P/E:
ปกติ P/E ที่โชว์ในแอปหุ้นทั่วไปคือ Trailing P/E (เอากำไรของปีที่แล้วมาหาร) แต่นักลงทุนเก่งๆ ในอเมริกาเขาโฟกัสอนาคตกันครับ เขาจะหาค่า "Forward P/E" ซึ่งคือการเอาราคาปัจจุบัน ไปหารด้วย "กำไรที่นักวิเคราะห์คาดเดาว่าจะเกิดขึ้นในปีหน้า" ยิ่งตัวเลขนี้ต่ำกว่าตัวปัจจุบัน แปลว่าหุ้นตัวนี้น่าสนใจสุดๆ
คำเตือนและข้อควรระวัง
P/E ใช้ไม่ได้กับกิจการที่ขาดทุน! มือใหม่หลายคนเข้าแอปแล้วเจอค่า P/E ขึ้นหน้าจอว่า N/A (ไม่มีผล) หรือติดลบ แล้วตกใจว่าหุ้นพังหรือเปล่า ความเป็นจริงคือบริษัทสตาร์ทอัพเทคฯ ที่มาใหม่ๆ (อย่างเช่น Uber ยุคแรกๆ) หรือบริษัทเทคที่มีเงินสดลงทุนหนัก เขาอาจยอมขาดทุนทางบัญชีก่อนเพื่อแลกกับส่วนแบ่งตลาด เมื่อ Earnings เป็นลบ สูตรเอา Price ไปหารมันก็คำนวณไม่ออกครับ ในกรณีนั้นนักวิเคราะห์จะหนีไปใช้ตัวเลข Price-to-Sales (P/S) แทน ซึ่งคือการเอาราคาไปเทียบกับยอดขายนั่นเอง
สรุปและ Call to Action
P/E Ratio คือเครื่องวัดอุณหภูมิความถูกแพงของมูลค่าหุ้น จำง่ายๆ คือ หุ้น P/E ต่ำคืนทุนเร็ว อาจเป็นของดีราคาถูกหรือเป็นของห่วยหมดสภาพ หุ้น P/E สูงคืนทุนช้า อาจคาดหวังการเติบโตเป็นจรวด หรือแค่ติดฟองสบู่บวมเป่ง ทริคคืออย่าใช้มันเดี่ยวๆ จับวัดเทียบกับอดีตและคู่แข่งตลอด
และเพื่อให้เรื่อง Valuation ไม่ใช่เรื่องน่าปวดหัวอีกต่อไป เข้าไปที่หน้าตลาดของ Bulltiq.com คุณสามารถเช็คตัวเลขสำคัญและนำไปเปรียบเทียบดูภาพรวม Valuation ผ่าน Indicator พื้นฐานของเราเพื่อค้นหาหุ้นที่กำลังน่าลงทุนในเดือนนี้ได้เลยครับ!
Disclaimer: บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาและให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน โปรดศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง