ถ้าคุณเป็นนักลงทุนไทยที่เพิ่งเข้าตลาดหุ้นอเมริกา ความฝันแรกของคุณคงหนีไม่พ้นการค้นหา "หุ้น 10 เด้ง" ตัวต่อไป... คุณเปิดกราฟ อ่านข่าว ติดตามบทวิเคราะห์ทั้งคืน หวังจะควานหาหุ้นเทคไซส์จิ๋วที่จะกลายเป็น Apple ตัวใหม่ให้เจอ!
ความพยายามแบบนี้แหละครับ ที่ชายระดับตำนานอย่าง Jack Bogle (จอห์น ซี. โบเกิล) ผู้ก่อตั้งกองทุน Vanguard และบิดาแห่งการลงทุนแบบดัชนี (Index Investing) เปรียบเปรยไว้ว่า:
"Don’t look for the needle in the haystack. Just buy the haystack!"
(อย่ามัวแต่เสียเวลางมหาเข็มในกองฟาง... จงซื้อแม่งทั้งกองฟางนั่นแหละ!)
ประโยคนี้ไม่ใช่คำคมตลกเบาสมอง แต่มันคือปรัชญาชิ้นโบแดงที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์โลกการเงินไปตลอดกาล! และทำให้คุณลุง Bogle ได้รับการยกย่องจาก Warren Buffett ว่าเป็น "บุคคลที่ทำประโยชน์เพื่อนักลงทุนรายย่อยมากที่สุดในประวัติศาสตร์"
Bulltiq.com จะพามาเจาะลึกความฉลาดแกมโกงสุดคลาสสิกของชาวกองฟาง (Index Investors) ครับ
ความเหนื่อยล้าของการ "หาเข็ม" (Stock Picking)
ในตลาด S&P 500 มีหุ้นบริษัทชั้นนำอยู่ 500 ตัว...
- •ถ้าคุณเป็นสายสืบ (Active Investor) คุณต้องพยายามหา 10 "เข็มเล่มงาม" (หุ้นเด็ด) ที่จะโตแรงฝ่าทะลุตลาด
- •ปัญหาคือ... มันยากมาก! ใน 500 ตัวนี้ มีทั้งบริษัทที่เป็นดาวรุ่งพุ่งแรง และบริษัทที่กำลังจะเจ๊ง
- •แถมคุณต้องไปแข่งกับกองทัพหุ่นยนต์ AI และบรรดาผู้จัดการกองทุนสายตาเหยี่ยว (Wall Street Fund Managers) ที่นั่งวิเคราะห์งบแบบ Full-time ทั้งวันทั้งคืน
ความพยายามหลบหลอกหาหุ้นเองแบบมนุษย์ธรรมดา จึงจบลงด้วยการซื้อหุ้นตัวที่ผิดจังหวะ หรือตกรถหุ้นเทคตัวฮิต
"ซื้อกองฟาง" ซะเลย! (Index Investing)
Jack Bogle มองว่า..."ในเมื่อเราไม่รู้หรอกว่า หุ้นตัวไหนจะรุ่งหรือจะร่วงในอีก 20 ปีข้างหน้า งั้นเราก็เหมาซื้อหุ้นมันทั้ง 500 ตัวในตลาดซะเลยสิ!"
นี่แหละคือจุดกำเนิดของ กองทุนดัชนี (Index Fund / ETF) ตัวแรกของโลก!
- •มันคือการลงทุนแบบหน้าด้านๆ: คุณบอกตัวเองว่า "ฉันไม่รู้ และฉันไม่เดา!"
- •แทนที่จะจ่ายเงินจ้างผู้จัดการกองทุนค่าตัวแพงลิ่ว ให้มาเสี่ยงโชคเลือกหุ้นเด็ด คุณลงทุนเพียงโยนเงินใส่กล่องทิ้งไปดื้อๆ ที่ชื่อว่า ดัชนีหลัก (เช่น S&P 500 ETF - VOO หรือ SPY)
ทำไมมันถึงได้ผลชะงัดนัก? เพราะในโลกทุนนิยม "เศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยรวมถูกบังคับให้ต้องเติบโต" บริษัทชั้นเลวจะถูกดีดออกจากดัชนี แปะรหัสหลอมละลายออกไป... แล้วดัชนีก็จะดึงเอา "บริษัทชั้นยอดดาวรุ่ง" เข้ามาแทนที่โดยอัตโนมัติ!
- •คุณไม่ต้องมานั่งคัดออกเอง
- •ไม่ต้องมาอารมณ์เสียกะเกณฑ์ Rebalance
คุณแค่ลอยชายอยู่ในระบบ... และเสวยกำไรไปพร้อมๆ กับประเทศอเมริกาเฉลี่ยปีละ 10% (ตามภาพรวม 100 ปีของ SPX)
คุณสมบัติพิเศษของชาว "กองฟาง"
การซื้อกองฟาง มอบสิ่งล้ำค่าที่ Active Investor หลายล้านคนบนโลกไม่มีวันได้สัมผัส:
1. ความขี้เกียจอันแสนประเสริฐ (Simplicity)
คุณจะไม่ต้องกระวนกระวายเปิดแอปหุ้นตอนตีสองเวลาปิดงบ! เพราะดัชนีจะเหมาปรับสมดุลพอร์ตให้คุณเสร็จสรรพ ตื่นมาใช้ชีวิต ทำงาน เก็บเงิน และ DCA ใส่กองทุน VOO ต่อไป สบายจิตสบายใจกว่ากันเยอะ
2. ต้นทุนที่แสนถูกเหมือนขโมยมา (Ultra-Low Cost)
ค่าธรรมเนียมกองทุน (Expense Ratio) ของ Index ETF ใหญ่ๆ จะเตี้ยม่อต้ออยู่แค่ 0.03% ต่อปี! ในขณะที่กองทุนรวม (Mutual Funds) แบบมีผู้จัดการคัดหุ้นนั้น สูบเลือดสูบเนื้อฟันค่าชาร์จ 1.5% - 2.0% ต่อปี (เดี๋ยวเรื่องนี้เราจะขยี้แหลกในบทความถัดไปของ Bogle ครับ)
3. เลี่ยงภาษีเงินสะพัด (Tax Efficiency)
เมื่อคุณคุมตัวอยู่กับกอง S&P 500 มันแทบไม่มีจังหวะซื้อๆ ขายๆ ล้างพอร์ต จึงหลบเลี่ยงการโดนชาร์จภาษีเงินได้กำไรจากการขายตราสาร (Capital Gain Tax สำหรับพอร์ตอเมริกา) ไปได้อย่างหมดจด ปล่อยก้อนคอมปาวด์ (Compound) กลิ้งดอกเบี้ยทบต้นพองๆ ตราบนานเท่านาน
สรุปและ Call to Action
- 1.ยกเลิกการควานหาเพชร ในกองหินภูเขาขยะ ถ้าคุณไม่มีสายตาแหลมคมระดับเทพเจ้า!
- 2.ไม่ต้องอายที่จะลงทุนผ่านวิถีเซเนท เหมาซื้อดัชนี Index... เพราะนี่คือท่าไม้ตายที่ทำให้คนแก่เกษียณอายุมีพอร์ตร้อยล้านบาทกันมาแล้วที่อเมริกา
- 3.Bogle ทิ้งมรดกเป็น ETF หลากหลายหน้ากอง ให้คุณเก็บฟ้อนฟางไปตั้งรากฐานในราคาถูก!
สำหรับนักลงทุนมือใหม่ ที่พร้อมจะลงมือโยนเหรียญซื้อ "กองฟาง S&P 500 ตัวท็อป" เลี้ยวมาอัพเดตเช็คราคาเรียลไทม์เจาะ ETF แจ่มๆ ตระกูล SPY, IVV หรือ VOO ได้ง่ายๆ ที่ลานข้อมูล Bulltiq.com นะครับ ฟางกองนี้หนานุ่ม นอนหลับฝันดีทุกวิกฤติแน่นอนค๊อนเฟิร์ม!
Disclaimer: ทฤษฎีวิชาของบิดาแห่งการลงทุนร่วมนโยบายนี้ ประสบความสำเร็จมายาวนานในตลาดรุ่งเรืองระดับโลก ผลการศึกษาและอัตราเฉลี่ย 10% อ้างอิงสถิติในระดับมหภาคช่วงดั้งเดิม การจำกัดผลประกอบการผู้ลงทุนย่อมมีคลื่นพายุเหวี่ยงแทรกเสมอ