เคยมั้ยครับ... ที่เพื่อนทั้งออฟฟิศกำไรจากการแห่เล่นซิ่งเหรียญคริปโตหรือหุ้นซิ่งจิ๋วปั่นได้กำไรกัน 3 เด้ง 5 เด้ง แล้วหันมาเยาะเย้ยคุณที่เอาเงินไปดองทิ้งแช่ไว้ใน ETF อเมริกาว่า "โธ่ไอ้เต่าโบราณ ตกรกเศรษฐีซะแล้วมึงมัวเป็นคนเต่าล้านปี!"
ถ้าคุณเคยเจอกับอาการเจ็บจี๊ดสูญเสียอีโก้แบบนี้... ขอเชิญให้จับมือปลอบใจร่วมกับชายร่างท้วมดื่มโค้กที่ชื่อ Warren Buffett ครับ เพราะในช่วงปี 1999-2000 บัฟเฟตต์เคยโดนทั้งนักลงทุน และสื่อมวลชนชั้นนำอเมริกา "เหยียบหน้าและล้อเลียนความผิดพลาด" อย่างหนักหน่วงที่สุดในชีวิต!
ปีที่คนอเมริกาบอกว่า "บาร์โค้ดบัฟเฟตต์มันเสื่อมขลังมนต์ลงแล้ว"
ในช่วงฟองสบู่ดอทคอม (Dot-com Boom) ปี 1999 ใครๆ ก็สร้างกองเงินกองทองได้แค่ตาบอดสุ่มขว้างหินจิ้มหุ้นเทคฯ ซักตัว ในขณะที่กองทุนวัยรุ่นข้างบ้านทำกำไรพุ่งปรี๊ด 100% 150% ต่อปี... แต่บริษัท Berkshire Hathaway ของบัฟเฟตต์ กลับทำผลตอบแทนบ๊วยติดตารางเพียงแค่ 0.5%! ใช่ครับ ศูนย์จุดห้าเปอร์เซนต่อปี!
สื่อการเงินสวมหมวกจวกเขียนแบนเนอร์ด่าทอเขาทุกสำนัก:
- •นิตยสาร Barron's ขึ้นปกพาดหัวตัวเบ้อเริ่มว่า "What's Wrong, Warren?" (เป็นงี้ไปได้ไง วอร์เรน?)
- •นักข่าวตราหน้าเขาว่า เป็นตาลุงหัวโบราณที่กอดแต่หุ้นโคคาโคล่า และบริษัทผลิตพรม ไม่เข้าใจยุคนวัตกรรมเศรษฐกิจใหม่ (New Economy)
บัฟเฟตต์อธิบายสู้กลับอย่างใจเย็นในทุกรายการมีทติ้งว่า "บริษัทเทคฯ พวกนี้... ราคาตลาดมันทะลุมหาศาลโคตรกาวเกินกว่างบกระแสเงินสดไปไกลริบโลก ผมดูไม่ออกเลยว่าจะเอากำไรจากจุดไหนในวงโคจรมาหล่อเลี้ยงให้คุณ ผมขอถอนตัวไม่เล่นเกมพนันบ่อนนี้เด็ดขาด"
แต่เชื่อไหม? ยิ่งบัฟเฟตต์พูดเตือนด้วยตรรกะและเหตุผลเท่าไร ผู้ถือหุ้นก็ยิ่งโกรธเกรี้ยวและเทขายหุ้นตบหน้าถอนตัวหนีทิ้งปู่ไปหมด!
เมื่อทะเลกาลเวลาลดระดับลง หินงามโสโครกก็จะปรากฏ
ภาพยนตร์เรื่องสั้นแห่งการล้อเลียนนี้ดำเนินไปเพียงปีเดียวครับ ในเดือนมีนาคมปี 2000 สัญญาณเตือนภัยหายนะฟองสบู่ดอทคอมดังกระหึ่ม ฟองสบู่สี่เพดานร้าวและแตกดังโพละ! ดัชนีหลักทรัพย์เทคฯ แนสแด็ก (NASDAQ) ร่วงจมเลือดลงทุบพินาศกว่า -78% ย้ำแย่พินาศไปกว่าทศวรรษ!
บรรดาเซียนวัยรุ่นปากดีและกองทุนผาดโผนที่ได้ผลกำไร 100% ปีก่อนหน้า... ร่วงหน้าผาล้มละลายทิ้งกุญแจหนีหายหมด
แต่ในขณะที่ตลาดโดยรวมกำลังถูกพายุเฮอริเคนนกแสกทุบสูบเลือด... คุณรู้ไหมว่าหุ้น Berkshire Hathaway ของคนแก่ที่กอดแต่กิจการมีกำไรมันเกิดปรากฏารณ์ฟื้นคืนชีพกลับลำ เด้งบวกผลตอบแทนคืนชีพโต้สวนตลาดทะยานขึ้น +26.6% ในปีนั้นปีเดียวได้อย่างภาคภูมิ!
บรรดานักข่าวที่เคยด่าแก ต่างต้องเดินซัดหน้าจ๋อยถือปากกาเดินมาซูฮกกราบสมานเท้า และสวมมงคุณฉายา "ออราเคิลแห่งโอมาฮ่า (The Oracle of Omaha)" ให้ปู่แกอย่างเป็นทางการนับแต่บัดนั้น
บทเรียนสำหรับนักลงทุนไทยยุคใหม่
ตำนานบทนี้สอนให้เรากรอกใจทลายนามเป็นก้อนศิลาที่เข้มแข็งดังนี้:
1. "เกณฑ์วัดความสำเร็จของคุณ ไม่ใช่ไม้บรรทัดบิดเบี้ยวของคนอื่น" (An Inner Scorecard): อย่าหวั่นไหวเวลาที่เดก็ข้างพอร์ตอวดกำไรจากการแทงหวยเทรดซิ่ง บัฟเฟตต์ไม่แคร์เสียงด่าของใคร เพราะเขามีมาตราวัดคะแนนเกรดของตังเองอย่างลึกซึ้ง (Inner Scorecard) ว่าเขาขอเดิมพันซื้อกิจการที่มีงบมูลค่าสตรองเท่านั้น ไม่เดาสนปาร์ตี้อารมณ์ใครหน้าไหน!
2. กระบวนการยั่งยืน (Process) ชนะการเดาหวยรายวัน (Short-term outcome): คนที่ปั่นพอร์ตได้ 100% ภายในปีเดียว ด้วยระบบโมเดลกาวๆ พวกเขาคือ "ผู้รอดพ้นความโชคดีชั่วคราว" แต่คนที่งัดกำไร 15-20% ยาวนานเสถียรมาหลายปีติด คือปรมาจารย์ที่อุดรูรั่วระบบคัดงบดุลแบบขึงขังทวีคูณ (The Long Game)
3. รู้จักบอกปัด "เซย์โน" กับปาร์ตี้ล่อลวง: การยืนเอามือซุกกระเป๋านิ่งๆ ในขณะที่ผับการลงทุนรอบข้างกำลังแดนซ์เมาฉึกกันสุดเหวี่ยง (และเห็นก้อนเงินหล่นโปรยปราย)... เป็นกระบวนจริยธรรมที่ฝึกฝนพกยากที่สุดในโลก!
สรุปและ Call to Action
- 1.ปราการตอกหลักเหล็กในการเป็นนักลงทุนไม่ใช่ความฉลาดเรื่องตัวเลข แต่คือ "ความหนาของสถาพจิตใจ" ไม่โอนเอนตามแรงยั่วฝูงชน
- 2.การเลือกยืนหยัดถือหุ้นในกติกาความแข็งแกร่ง อาจต้องรับเสียงเยาะเย้ยระยะเวลาปีสองปี แต่ท้ายที่สุดกฎแรงโน้มถ่วงทางบัญชีจะเผยผู้ชนะตัวจริง
- 3.อย่าสับเปลี่ยนสไตล์พอร์ตมั่วซั่ว ทิ้งวินัยเพื่อวิ่งตามคนกลุ่มข้างบ้าน
คุณเตรียมแพลนเกาะเกี่ยวตั๋วสู่อนาคตแบบ "แบทแมนมืดผู้ชนะเกมระยะยาว" ตามรอยปู่บัฟเฟตต์กันหรือยังครับ? หันกลับมาปรับจูนสายตา แสกนส่องงบการเงินจริงและกระแสเงินสดล้ำค่าของบริษัทสหรัฐอเมริกาด้วยเรดาร์เย็นๆ ดับความกาวตลาด ได้ที่แพลนหน้าจอสุดชิวของ Bulltiq.com นะครับ เราลบคำโฆษณาฉูดฉาดออก ให้เหลือเพียงตารางความจริงไว้คอยซพพอร์ตแผนตะลุยระยะยาวของคุณ!
Disclaimer: แม้การเลี่ยงบริษัทเทคโนโลยีในอดีตคือผลดีของสายวีไอ ทว่าในโลกยุคกระแสลมดิจิทัล บัฟเฟตต์ก็ทลายพฤติกรรมนี้ด้วยการดึงเทคยอดธงอย่าง Apple มาร่วมบรรจุพอร์ตเช่นกัน กรุณายืดหยุ่นต่อกรอบปรับความรู้ใหม่ในโลก