AB

ABBV

สุขภาพ

AbbVie Inc.

$385.41$2.02 (-0.52%)

📊กราฟราคา

📈ข้อมูลสำคัญ

สูงสุด 52 สัปดาห์
$472.90
ต่ำสุด 52 สัปดาห์
$288.89
P/E Ratio
44.82
EPS
$11.24
เงินปันผล
0.81%
Beta
1.45
ปริมาณ
19.99M
มูลค่าตลาด
$3.03T

📝บทวิเคราะห์ภาษาไทย

บริษัทนี้คืออะไร ทำอะไร

AbbVie Inc. (ABBV) คือบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ (Biopharmaceutical) ยักษ์ใหญ่ที่แยกตัวออกมาจาก Abbott ในปี 2013 เพื่อมาลุยธุรกิจคิดค้นยาใหม่โดยเฉพาะ ภารกิจของ AbbVie คือการเอาชนะโรคร้ายที่รักษายากที่สุด เช่น มะเร็ง, โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง, โรคทางประสาท และความงาม

AbbVie เคยถูกมองว่าเป็นบริษัท "One-Trick Pony" หรือมีดีแค่ยาตัวเดียวคือ Humira (ยารักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์) ซึ่งเคยเป็นยาที่ขายดีที่สุดในโลก แต่ปัจจุบัน AbbVie ได้ลบคำสบประมาทนั้นด้วยการสร้างพอร์ตโฟลิโอยาใหม่ที่แข็งแกร่งและหลากหลายจนน่าทึ่ง

โมเดลธุรกิจและการหารายได้

AbbVie ทำเงินจากการขายยาที่มีสิทธิบัตร (Patented Drugs) ซึ่งมีกำไรสูงมาก จนกว่าสิทธิบัตรจะหมดอายุ ธุรกิจแบ่งเป็นกลุ่มหลักๆ:

  • Immunology (ภูมิคุ้มกัน): รายได้หลักจากยา Humira (ที่กำลังลดลง) และยาใหม่ดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง Skyrizi และ Rinvoq ที่กำลังจะมาแทนที่
  • Oncology (มะเร็ง): ยารักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว Imbruvica และ Venclexta
  • Neuroscience (ระบบประสาท): ยารักษาไมเกรน (Ubrelvy) และโรคจิตเภท
  • Aesthetics (ความงาม): ธุรกิจโบท็อกซ์ (Botox) และฟิลเลอร์ (Juvederm) ที่ได้มาจากการซื้อบริษัท Allergan ซึ่งเป็นรายได้ที่มั่นคงและไม่ขึ้นกับบัตรทองหรือประกันสุขภาพ
  • จุดเด่น

  • การเปลี่ยนผ่านที่ประสบความสำเร็จ (Successful Transition): การที่บริษัทยักษ์ใหญ่ต้องเสียรายได้จากยาอันดับ 1 ของโลก (Humira) ไปเพราะสิทธิบัตรหมด เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย แต่ผู้บริหาร AbbVie เก่งฉกาจในการปั้นยาใหม่ (Skyrizi/Rinvoq) ขึ้นมาชดเชยรายได้นั้นได้ทันเวลาพอดี เป็น Case Study ระดับโลก
  • กระแสเงินสดมหาศาล: ธุรกิจยาเป็นธุรกิจที่กำไรขั้นต้น (Gross Margin) สูงลิ่ว ทำให้ AbbVie มีเงินสดเหลือเฟือเพื่อจ่ายปันผลสูงๆ และซื้อหุ้นคืน
  • อาณาจักรโบท็อกซ์: การเป็นเจ้าของแบรนด์ Botox คือการมี Moat ที่แข็งแกร่งมาก เพราะลูกค้ามีความภักดีสูง (ใครจะกล้าฉีดยาปลอมเข้าหน้าตัวเอง?) และเป็นตลาดที่เติบโตตามเทรนด์ความงามทั่วโลก
  • ผลประกอบการและฐานะการเงิน

  • รายได้กำลังกลับมาเติบโต: หลังจากผ่านจุดต่ำสุดของการหมดสิทธิบัตร Humira ไปแล้ว รายได้รวมของบริษัทกำลังกลับเข้าสู่โหมดการเติบโตอีกครั้ง (Return to Growth)
  • High Dividend Yield: AbbVie เป็นหุ้นที่จ่ายปันผลสูงและเติบโตเร็วมาก (Dividend Growth Stock) เป็นที่ชื่นชอบของกองทุนทั่วโลก
  • ความเสี่ยง

  • การควบคุมราคายา (Drug Pricing Regulation): รัฐบาลสหรัฐฯ (ผ่านกฎหมาย IRA) พยายามกดราคายาลงเพื่อลดค่าใช้จ่ายคนอเมริกัน ซึ่งอาจกระทบกำไรของบริษัทยาโดยตรง
  • การแข่งขันในตลาดความงาม: เริ่มมีคู่แข่งโบท็อกซ์เกาหลีราคาถูกเข้ามาตีตลาด แม้แบรนด์ Botox จะแข็งแกร่งแต่อาจเสียส่วนแบ่งตลาด Mass ได้
  • สรุปและมุมมอง

    AbbVie คือบริษัทยา Big Pharma ที่พิสูจน์แล้วว่า "เก๋าจริง" ในการเอาตัวรอดจาก Patent Cliff ปัจจุบันเป็นหุ้นที่มี Valuation น่าสนใจ (ไม่แพงเมื่อเทียบกับกำไร) และให้ปันผลสูง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดและ Capital Gain จากการเติบโตของยาตัวใหม่ๆ

    วิเคราะห์เมื่อ: 16 มกราคม 2026

    ⚠️ คำเตือน:

    ข้อมูลนี้มีไว้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน กรุณาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน