🔗ลิงก์ข้อมูลเพิ่มเติม
📊กราฟราคา
📈ข้อมูลสำคัญ
📝บทวิเคราะห์ภาษาไทย
บริษัทนี้คืออะไร ทำอะไร
Alphabet Inc. (บริษัทแม่ของ Google) คือผู้ครองอาณาจักรข้อมูลของโลก เจ้าของ Search Engine ที่มีส่วนแบ่งตลาดกว่า 90% และ YouTube แพลตฟอร์มวิดีโอที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ถ้า "Data is the new oil" (ข้อมูลคือน้ำมันยุคใหม่) Google ก็เปรียบเสมือนบริษัทขุดเจาะน้ำมันที่ใหญ่ที่สุด เพราะทุกครั้งที่เราค้นหาข้อมูล ดูแผนที่ หรือดูคลิป เรากำลังป้อนข้อมูลให้ Google เพื่อแลกกับบริการฟรี
รายได้หลักของ Google มาจากการ "ขายโฆษณา" บนพื้นที่มหาศาลที่ตัวเองครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นหน้าค้นหา Google, YouTube ads, หรือโฆษณาในแอป Android
ประวัติและความเป็นมา
ก่อตั้งในปี 1998 โดย Larry Page และ Sergey Brin จากโรงรถ (อีกแล้ว) ด้วยภารกิจ "จัดระเบียบข้อมูลของโลกและทำให้ทุกคนเข้าถึงได้และใช้ประโยชน์ได้"
Google เอาชนะคู่แข่งอย่าง Yahoo! และ Altavista ด้วยอัลกอริทึม PageRank ที่แม่นยำกว่า จากนั้นขยายอาณาจักรด้วยการซื้อ YouTube (2006) ที่คนมองว่าแพงในตอนนั้นแต่คุ้มค่ามหาศาลในตอนนี้ และซื้อ Android ที่กลายเป็น OS มือถืออันดับ 1 ของโลก
ในปี 2015 ปรับโครงสร้างเป็น Alphabet เพื่อแยกธุรกิจหลัก (Google) ออกจากธุรกิจเดิมพันอนาคต (Other Bets เช่น รถยนต์ไร้คนขับ Waymo)
โมเดลธุรกิจและแหล่งรายได้
1. Google Services (โฆษณาและการค้นหา) - รายได้หลักกว่า 75%
2. Google Cloud - ประมาณ 10-12%
3. Google Other
ผลประกอบการและฐานะการเงิน
Google มีงบดุลที่แข็งแกร่งมาก (Fortress Balance Sheet) มีเงินสดในมือเยอะและหนี้ต่ำ
ความเสี่ยง
1. The AI Dilemma (ปัญหากลืนไม่เข้าคายไม่ออกด้าน AI): นี่คือความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง (Existential Risk) ครั้งใหญ่สุด ถ้าคนเปลี่ยนจาก "Search" (ค้นหารายการลิ้งค์) เป็น "Chat" (ถามตอบกับ AI แบบ ChatGPT) พื้นที่โฆษณาของ Google อาจลดลง Google ต้องปรับตัวอย่างยากลำบากเพื่อรักษาจุดสมดุลระหว่าง AI และรายได้โฆษณา
2. กฎหมาย Antitrust: กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ฟ้อง Google ข้อหาผูกขาดธุรกิจ Search และ Ad Tech ความเสี่ยงร้ายแรงที่สุดคือการถูกสั่งให้แยกบริษัท (Breakup) หรือห้ามจ่ายเงินให้ Apple เพื่อเป็น Default Search Engine
3. การแข่งขันจาก TikTok: YouTube กำลังโดนแย่งเวลาหน้าจอ (Screen time) โดยเฉพาะจากคนรุ่นใหม่
การเติบโตและโอกาส
1. Gemini & AI Integration: Google มีข้อมูลมากที่สุดในโลก (Data Advantage) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการเทรน AI โมเดล Gemini พยายามไล่กวด GPT-4 และ Google กำลังผสาน AI เข้ากับ Search (SGE) เพื่อให้คำตอบที่ดีขึ้น
2. YouTube Shortcuts & Premium: การเติบโตของ YouTube Shorts และยอดผู้สมัคร Premium ที่เพิ่มขึ้นช่วยลดการพึ่งพารายได้โฆษณา
3. Waymo: ผู้นำรถยนต์แท็กซี่ไร้คนขับที่เริ่มให้บริการจริงเชิงพาณิชย์แล้ว เป็น New S-Curve ในอนาคต
4. Cloud: ธุรกิจ Cloud ที่เริ่มมีกำไรและยังขยายตัวได้อีกมากในยุค AI
สรุปและมุมมอง
Google กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ (Transition Period) ต้องป้องกันแชมป์ Search จาก AI และสู้คดีผูกขาด แต่ Google ก็ยังเป็นเจ้าของสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีค่าที่สุดในโลก (YouTube + Search + Android)
ราคาหุ้นของ Google มักจะซื้อขายที่ P/E ต่ำกว่า Microsoft หรือ Amazon (Discount valuation) เนื่องจากความกังวลเรื่องกฎหมายและ AI สำหรับนักลงทุนที่เชื่อว่า Google จะแก้เกม AI ได้ นี่คือโอกาสสะสมหุ้น Tech ยักษ์ใหญ่ในราคาที่สมเหตุสมผล (Reasonable Price) และ Waymo อาจเป็นตัวปลดล็อคมูลค่าในอนาคต
⚠️ คำเตือน:
ข้อมูลนี้มีไว้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน กรุณาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน