GO

GOOGL

เทคโนโลยี

Alphabet Inc. Class A

$302.63$6.07 (-1.97%)
กำลังโหลดราคาล่าสุด...

📊กราฟราคา

📈กราฟราคาย้อนหลัง (Price History)

กำลังโหลดกราฟ...

💰ข้อมูลพื้นฐาน (Fundamentals)

รายได้ YoY:+14.0%
กำไรสุทธิ YoY:+36.0%

มูลค่าบริษัท (Valuation)

Market Cap
$2.28T
Enterprise Value
$2.10T
P/E Ratio
24.50
P/B Ratio
7.30

ผลกำไร (Profitability)

รายได้ (TTM)
$350.02B
กำไรสุทธิ (TTM)
$94.26B
EPS (TTM)
$7.56
EBITDA (TTM)
$120.50B
Gross Margin
57.1%
Net Margin
26.9%
Dividend Yield
0.28%
Beta
1.06

งบดุล (Balance Sheet)

สินทรัพย์รวม
$432.49B
หนี้สินรวม
$119.01B
ส่วนของผู้ถือหุ้น
$313.48B
หนี้รวม
$28.50B
D/E Ratio
0.09
Current Ratio
2.11

กระแสเงินสด (Cash Flow)

Free Cash Flow (TTM)
$72.00B
Operating Cash Flow
$101.75B
หุ้นที่ออกจำหน่าย
12.16B

ข้อมูลรายไตรมาส

รายได้ (Revenue)
80.54B
Q1/25
88.27B
Q2/25
88.27B
Q3/25
96.47B
Q4/25
กำไรสุทธิ (Net Income)
23.66B
Q1/25
23.62B
Q2/25
26.30B
Q3/25
26.54B
Q4/25
กำไรต่อหุ้น (EPS)
$1.89
Q1/25
$1.89
Q2/25
$2.12
Q3/25
$2.15
Q4/25
EBITDA
29.80B
Q1/25
31.20B
Q2/25
32.50B
Q3/25
33.80B
Q4/25

📊ประวัติกำไร & การเติบโต (Earnings Tracker)

EPS ล่าสุด (Q4/2025)
$2.15
+1.4% QoQ
รายได้ล่าสุด (Q4/2025)
$96.47B
+9.3% QoQ
EPS (TTM)
$7.56
รายได้ (TTM)
$350.02B
กำไรต่อหุ้น (EPS) รายไตรมาส
Q1/2025
$1.89
Q2/2025
$1.89
Q3/2025
$2.12
Q4/2025
$2.15
รายได้ (Revenue) รายไตรมาส
Q1/2025
$80.54B
Q2/2025
$88.27B
Q3/2025
$88.27B
Q4/2025
$96.47B
กำไรสุทธิ (Net Income) รายไตรมาส
Q1/2025
$23.66B
Q2/2025
$23.62B
Q3/2025
$26.30B
Q4/2025
$26.54B
EBITDA รายไตรมาส
Q1/2025
$29.80B
Q2/2025
$31.20B
Q3/2025
$32.50B
Q4/2025
$33.80B

อัตราการเติบโต QoQ

ไตรมาสรายได้ QoQกำไรสุทธิ QoQEPS QoQ
Q2/2025+9.6%-0.2%+0.0%
Q3/2025+0.0%+11.4%+12.2%
Q4/2025+9.3%+0.9%+1.4%

💸เงินปันผล (Dividend Tracker)

Dividend Yield
0.28%
เงินปันผลต่อปี
$0.80
ความถี่การจ่าย
Quarterly
Payout Ratio
2.5%
อัตราเติบโต 5 ปี (CAGR)
+0.0%
จ่ายปันผลต่อเนื่อง
1 ปี

📝บทวิเคราะห์ภาษาไทย

บริษัทนี้คืออะไร ทำอะไร

Alphabet Inc. (บริษัทแม่ของ Google) คือผู้ครองอาณาจักรข้อมูลของโลก เจ้าของ Search Engine ที่มีส่วนแบ่งตลาดกว่า 90% และ YouTube แพลตฟอร์มวิดีโอที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ถ้า "Data is the new oil" (ข้อมูลคือน้ำมันยุคใหม่) Google ก็เปรียบเสมือนบริษัทขุดเจาะน้ำมันที่ใหญ่ที่สุด เพราะทุกครั้งที่เราค้นหาข้อมูล ดูแผนที่ หรือดูคลิป เรากำลังป้อนข้อมูลให้ Google เพื่อแลกกับบริการฟรี

รายได้หลักของ Google มาจากการ "ขายโฆษณา" บนพื้นที่มหาศาลที่ตัวเองครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นหน้าค้นหา Google, YouTube ads, หรือโฆษณาในแอป Android

ประวัติและความเป็นมา

ก่อตั้งในปี 1998 โดย Larry Page และ Sergey Brin จากโรงรถ (อีกแล้ว) ด้วยภารกิจ "จัดระเบียบข้อมูลของโลกและทำให้ทุกคนเข้าถึงได้และใช้ประโยชน์ได้"

Google เอาชนะคู่แข่งอย่าง Yahoo! และ Altavista ด้วยอัลกอริทึม PageRank ที่แม่นยำกว่า จากนั้นขยายอาณาจักรด้วยการซื้อ YouTube (2006) ที่คนมองว่าแพงในตอนนั้นแต่คุ้มค่ามหาศาลในตอนนี้ และซื้อ Android ที่กลายเป็น OS มือถืออันดับ 1 ของโลก

ในปี 2015 ปรับโครงสร้างเป็น Alphabet เพื่อแยกธุรกิจหลัก (Google) ออกจากธุรกิจเดิมพันอนาคต (Other Bets เช่น รถยนต์ไร้คนขับ Waymo)

โมเดลธุรกิจและแหล่งรายได้

1. Google Services (โฆษณาและการค้นหา) - รายได้หลักกว่า 75%

  • Google Search: เครื่องพิมพ์ธนบัตรหลัก รายได้จาก Keyword Search Ads ที่แม่นยำและ Conversion สูง
  • YouTube Ads: รายได้เติบโตตามพฤติกรรมการเสพวิดีโอ
  • Google Network: โฆษณาที่ไปโผล่ในเว็บพันธมิตร
  • 2. Google Cloud - ประมาณ 10-12%

  • ให้บริการ Cloud Computing แข่งกับ AWS และ Azure แม้จะมาช้ากว่าและอยู่อันดับ 3 แต่เริ่มทำกำไรได้แล้วและเติบโตสูง
  • 3. Google Other

  • รายได้จากค่าสมาชิก YouTube Premium (ที่กำลังโตระเบิด), Google Play Store, และ Hardware (มือถือ Pixel)
  • ผลประกอบการและฐานะการเงิน

    Google มีงบดุลที่แข็งแกร่งมาก (Fortress Balance Sheet) มีเงินสดในมือเยอะและหนี้ต่ำ

  • Profit Margin สูงและสม่ำเสมอ เพราะธุรกิจโฆษณามีต้นทุนส่วนเพิ่มต่ำ
  • กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) สูงมาก ทำให้ Google สามารถลงทุนใน R&D ด้าน AI ได้ปีละหลายหมื่นล้านเหรียญโดยไม่ต้องกู้
  • ความเสี่ยง

    1. The AI Dilemma (ปัญหากลืนไม่เข้าคายไม่ออกด้าน AI): นี่คือความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง (Existential Risk) ครั้งใหญ่สุด ถ้าคนเปลี่ยนจาก "Search" (ค้นหารายการลิ้งค์) เป็น "Chat" (ถามตอบกับ AI แบบ ChatGPT) พื้นที่โฆษณาของ Google อาจลดลง Google ต้องปรับตัวอย่างยากลำบากเพื่อรักษาจุดสมดุลระหว่าง AI และรายได้โฆษณา

    2. กฎหมาย Antitrust: กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ฟ้อง Google ข้อหาผูกขาดธุรกิจ Search และ Ad Tech ความเสี่ยงร้ายแรงที่สุดคือการถูกสั่งให้แยกบริษัท (Breakup) หรือห้ามจ่ายเงินให้ Apple เพื่อเป็น Default Search Engine

    3. การแข่งขันจาก TikTok: YouTube กำลังโดนแย่งเวลาหน้าจอ (Screen time) โดยเฉพาะจากคนรุ่นใหม่

    การเติบโตและโอกาส

    1. Gemini & AI Integration: Google มีข้อมูลมากที่สุดในโลก (Data Advantage) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการเทรน AI โมเดล Gemini พยายามไล่กวด GPT-4 และ Google กำลังผสาน AI เข้ากับ Search (SGE) เพื่อให้คำตอบที่ดีขึ้น

    2. YouTube Shortcuts & Premium: การเติบโตของ YouTube Shorts และยอดผู้สมัคร Premium ที่เพิ่มขึ้นช่วยลดการพึ่งพารายได้โฆษณา

    3. Waymo: ผู้นำรถยนต์แท็กซี่ไร้คนขับที่เริ่มให้บริการจริงเชิงพาณิชย์แล้ว เป็น New S-Curve ในอนาคต

    4. Cloud: ธุรกิจ Cloud ที่เริ่มมีกำไรและยังขยายตัวได้อีกมากในยุค AI

    สรุปและมุมมอง

    Google กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ (Transition Period) ต้องป้องกันแชมป์ Search จาก AI และสู้คดีผูกขาด แต่ Google ก็ยังเป็นเจ้าของสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีค่าที่สุดในโลก (YouTube + Search + Android)

    ราคาหุ้นของ Google มักจะซื้อขายที่ P/E ต่ำกว่า Microsoft หรือ Amazon (Discount valuation) เนื่องจากความกังวลเรื่องกฎหมายและ AI สำหรับนักลงทุนที่เชื่อว่า Google จะแก้เกม AI ได้ นี่คือโอกาสสะสมหุ้น Tech ยักษ์ใหญ่ในราคาที่สมเหตุสมผล (Reasonable Price) และ Waymo อาจเป็นตัวปลดล็อคมูลค่าในอนาคต

    วิเคราะห์เมื่อ: 14 กุมภาพันธ์ 2026

    ⚠️ คำเตือน:

    ข้อมูลนี้มีไว้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน กรุณาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน