มีศัพท์สแลงฝรั่งคำนึงที่โผล่มารบกวนความสงบสุขบนโซเชียลนักเทรดคือ "FOMO" และอีกคำที่เป็นแฝดพี่แฝดน้องตรงข้ามอารมณ์คือ "FOLO" พฤติกรรมทั้ง 2 ขั้วนี้ เปรียบเทียบเหมือนมัจจุราชซ้ายขวา ที่พร้อมทำให้นักลงทุนธรรมดากดปุ่มบรรลัยการเงิน ทำพอร์ตสลบตายกลางดงชะตากรรมหุ้นสวิง (Volatile Market)
ตลาดหุ้นอเมริกานี่แหละคือสวนสนุกที่กระชากอารมณ์แรงที่สุดแล้ว คุณอาจเห็นมูลค่าพอร์ตหายวับ -15% ในวันเดียว หรือบางทีหุ้นหมามีม (Meme Stocks) ของคนข้างบ้านก็ระเบิดกาวไป +500% ในสัปดาห์เดียว! วันนี้ Bulltiq.com จะชวนปอกเปลือกอาการจิตผวาพวกนี้ ว่าจะรับมือรักษาแผลใจกันยังไงครับ
ปีศาจตนที่ 1: FOMO (Fear Of Missing Out) - โรคกลัวตกรถซิ่ง
อาการป่วย: คุณกำลังนั่งจิบกาแฟ กินเงินปันผลชิลๆ 5% ต่อปี แต่อยู่ดีๆ เปิดโซเชียล เจอเพื่อนสมัยมัธยมโพสโชว์ว่า "ทุบกระปุกซื้อเหรียญหมา และซื้อ Options หุ้น AI ไปเมื่อวาน วันนี้รวยซื้อลัมโบกินี่แล้วจ้า!" ร้อยทั้งร้อย... ใจคุณจะเริ่มหล่นไปอยู่ตาตุ่ม รู้สึกว่าตัวเองโง่ ตัวเองเป็นคนขี้แพ้ที่กำลังตกรถแห่งทศวรรษ! สุดท้ายคุณจะทนโดนหยามไม่ไหว สับเกียร์ห้า ถอนเงินเก็บทั้งหมดไปกระโดด "ไล่ราคาจุดสูงสุดระดับดอยยอดเขากายศิต" (Buy High) พอซื้อปุ๊บ คืนนั้นกองทุนทุบขาย คุณดับคาที่ -50% อย่างเจ็บปวด!
วัคซีนรักษา FOMO:
- •รู้ตัวว่าคุณกำลังโดน 'Survivor Bias' หลอก: คนบาดเจ็บเจ๊งบนโลกโซเชียลมีเป็นล้านคน... แต่เขาไม่เอามาโชว์! คนที่อวดพอร์ต 10 เด้ง เขาอาจจะขาดทุนตัวอื่นมาตลอดชีวิตเพิ่งมาฟลุคถูกตัวเดียว คาถากันหมาคือท่องไว้ว่า "ตลาดเปิดทำการจันทร์-ศุกร์ โอกาสกำไรยังมีให้หาพรุ่งนี้เสมอ"
- •ใช้กฎขบถ (Scaling In): ถ้ามือไม้มันสั่นอยากแหย่หยั่งเชิง ให้อนุญาตตัวเองซื้อของซิ่งพวกนั้นได้ แต่จัดตักแค่จิ๊บๆ 1% ถึง 5% ของพอร์ต เท่านั้น! ถ้ามันเจ๊งก็ถือเป็นค่าป๊อปคอร์นดูหนัง ถ้ามันขึ้นจริงคุณก็คุยอวดเพื่อนได้ว่ามีกับเขาเหมือนกัน
ปีศาจตนที่ 2: FOLO (Fear Of Losing Out) - โรคกลัวขาดทุนจนขี้ขึ้นสมอง
อาการป่วย: ดัชนีเพิ่งไหลลงแรงสะเทือนพอร์ตติดลบแดงเถือกมาหมาดๆ -10% สื่อสำนักข่าวประโคมข่าววิกฤตเศรษฐกิจมาแน่ โลกล่มสลาย ดอกเบี้ยทะลุฟ้า! คุณเกิดอาการแพนิก ผวาจัดทนดูตัวสีแดงบาดใจในพอร์ตไม่ได้ คีย์สั่ง "ดัมพ์กดขายทิ้งล้างพอร์ต (Panic Sell) ที่ก้นหลุมเหว" (Sell Low) เผ่นกระเจิงหนีตายเอาเงินมาฝังลงตุ่ม... ทั้งที่บริษัทอย่าง Apple มาร์จิ้นกำไรก็กอดเงินสดมหาศาลล้นมือ แล้วอีกสองเดือน... หุ้นดิ่งเหวนั่นดีดกระดอนบวก V-Shape +30% คุณได้แต่มองตาปริบๆ น้ำลายไหลยืด "รู้งี้กูถือต่อดีกว่า"
วัคซีนรักษา FOLO:
- •หนีห่างจอและมือถือ (Detox): เมื่อช่วงตลาดเลือดสาด ห้ามเด็ดขาดคือการเช็คจอเทรดพอร์ตดูยอดเงินทุกชั่วโมง ไปตีแบด ปลูกต้นไม้ หรือดู Netflix หนีโลกไปเลย ให้ตลาดฝุ่นหายตลบก่อน
- •ทำการบ้านฉุกเฉินระดับประชิดตัว (Stress Test The Core Business): เอาเวลาแพนิกไปนั่งค้นกระดาษดูว่า บริษัทนี้ หนี้สินบานไหม? กระแสเงินสดยังบวกไหม? ถ้าตัวเลขแข็งแกร่งแปลว่าราคาบนกระดานเป็นแค่อารมณ์บ้าชั่วคราว ไม่ใช่วิกฤตร้ายแรงโครงสร้างกิจการ
- •เตือนสติตัวเองว่า นี่คือจังหวะ Discount (Sale 50%): ปรับ Mindset ว่าเวลาตลาดแดงระเบิดเถิดเทิง มันคือเวลาช้อนของเซียน ไม่ใช่เวลาเผ่นของเม่า
ตารางทดสอบอารมณ์: คุณเป็นชาว FOMO หรือ FOLO?
| สถานการณ์บนหน้าจอ | ปฏิกิริยาอาการ FOMO | ปฏิกิริยาอาการ FOLO | | :--- | :--- | :--- | | กองทุน AI วิ่งทะยานบวกกระเจิงต่อเนื่อง 1 เดือน | สับยอดขอกู้เงินโปะตามแห่ไล่ซื้อ | กลัวยอดดอย สกั๊ดกดขายหมูหล่นทับทั้งที่รุ่งขึ้นไปต่อ | | Fed ประกาศลดดอกเบี้ยกะทันหัน ดาวโจนส์พุุ่งแผลงฤทธิ์ | เสียใจที่ไม่เข้าอัด Short ยอมพลีชีพรัวคีย์หน้าซื้อทันที | กังวลสึนามิเศรษฐกิจซ่อนรูป แช่แข็งไม่ซื้อไม่ขาย | | เกิดสงครามรัสเซียหรือข่าวลือร้าย หุ้นดำดิ่งพร้อมกันหมด | เห็นช่องทางรวย ห้าวจัดแทงสวนคัตเตอร์ | สั่นเทา คีย์ขายหน้ามืด ล้างไพ่ยอมขี้แพ้ |
คำเตือนและข้อควรระวัง
จำไว้ว่า "ตลาดหุ้นคือกลไกกระชากและโอนเงินจากคนใจร้อน ขี้กลัวส่งต่อไปให้คนใจเย็นที่รอเป็น" การเล่นไปตามจังหวะอารมณ์ของมวลชนหมู่มาก (Herd) มักจบลงด้วยการเป็นผู้แพ้และจ่ายบิลรอบโต๊ะเสมอครับ!
สรุปและ Call to Action
- 1.FOMO หลอกพาคุณตายจังหวะแห่ดอย (Buy High) ส่วน FOLO กระซวกเชือดคุณตอนจังหวะแพนิกคัตขาดทุนต่ำสุด (Sell Low)
- 2.ปิดโซเชียลนักโชว์พอร์ตทิ้ง แล้วหันมาเทรดกับกฎระเบียบตารางกราฟตัวเอง
- 3.ป้องกันอาการใจเสาะ ด้วยการกำหนดจำนวนกระสุนก้อนจิ๋วลงเล่น (Size limitation) ให้เสียดายลึกที่สุดแค่หลักเปอร์เซ็นต์บางๆ
แทนที่จะนั่งเครียดกับเพื่อนอวดรวย ลองรวบรวมข้อมูลคัดกรองหุ้นของจริง ส่องดูว่าบริษัทไหนใน S&P 500 หรือ Nasdaq คู่ควรกับเงินก้นถุงของคุณมากที่สุดในยามตลาดลงด้วยฟังก์ชันคลังแสง Bulltiq.com นะครับ สติมา เงินตราวิ่งหาเพื่อนๆ แน่นอน!
Disclaimer: บทความวิเคราะห์พฤตินัยการลงทึนฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเกร็ดความรู้ ไม่ใช่นัยสำคัญสั่งให้เร่งรัดด่วนซื้อหรือแนะแนวโปรดหลอมดุลพินิจกลยุทธ์ตามโครงร่างวิจารณญาณตนเองอย่างมีชั้นเชิง