🔗ลิงก์ข้อมูลเพิ่มเติม
📊กราฟราคา
📈กราฟราคาย้อนหลัง (Price History)
💰ข้อมูลพื้นฐาน (Fundamentals)
มูลค่าบริษัท (Valuation)
ผลกำไร (Profitability)
งบดุล (Balance Sheet)
กระแสเงินสด (Cash Flow)
ข้อมูลรายไตรมาส
📊ประวัติกำไร & การเติบโต (Earnings Tracker)
อัตราการเติบโต QoQ
| ไตรมาส | รายได้ QoQ | กำไรสุทธิ QoQ | EPS QoQ |
|---|---|---|---|
| Q2/2025 | -11.2% | +6.3% | +7.2% |
| Q3/2025 | +1.2% | -67.3% | -67.4% |
| Q4/2025 | +18.0% | +229.9% | +232.7% |
💸เงินปันผล (Dividend Tracker)
📝บทวิเคราะห์ภาษาไทย
บริษัทนี้คืออะไร ทำอะไร
Eli Lilly and Company หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า Lilly เป็นบริษัทยาระดับโลกจากอเมริกาที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1876 ถ้าจะเปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย Lilly ก็เหมือนกับ โรงงานผลิตยาขนาดใหญ่ที่คิดค้นและผลิตยารักษาโรคให้คนทั่วโลก บริษัทนี้มีความเชี่ยวชาญพิเศษในยารักษาโรคเบาหวาน โรคอ้วน มะเร็ง และโรคทางสมอง
สิ่งที่ทำให้ Lilly โดดเด่นในปี 2025-2026 คือยาลดน้ำหนักและรักษาเบาหวานตัวใหม่ที่ชื่อว่า Mounjaro และ Zepbound ยาเหล่านี้กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาด เพราะสามารถช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลองนึกภาพว่าคนที่มีปัญหาน้ำหนักเกินทั่วโลกมีหลายร้อยล้านคน และยานี้สามารถช่วยพวกเขาได้จริง ทำให้ความต้องการยาพุ่งสูงมาก
ประวัติและความเป็นมา
Eli Lilly ก่อตั้งโดย Colonel Eli Lilly ในปี 1876 ที่เมือง Indianapolis รัฐ Indiana สหรัฐอเมริกา จุดเปลี่ยนสำคัญคือในปี 1923 บริษัทเป็นผู้ผลิตอินซูลินเชิงพาณิชย์รายแรกของโลก ซึ่งเป็นการปฏิวัติวงการแพทย์ในการรักษาโรคเบาหวาน ตั้งแต่นั้นมา Lilly ก็เป็นผู้นำในด้านยารักษาเบาหวานมาตลอด
ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทได้ขยายไปสู่ยารักษามะเร็ง โรคทางจิตเวช และโรคภูมิคุ้มกัน ปัจจุบัน Lilly มีพนักงานมากกว่า 40,000 คนทั่วโลก และมียาที่วางขายในกว่า 120 ประเทศ
โมเดลธุรกิจและแหล่งรายได้
Lilly สร้างรายได้หลักจากการขายยาตามใบสั่งแพทย์ โดยแบ่งเป็นกลุ่มหลักๆ ได้แก่ ยารักษาเบาหวานและโรคอ้วน ซึ่งรวมถึง Mounjaro Trulicity และ Zepbound คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 40% ของรายได้ทั้งหมด กลุ่มยามะเร็ง เช่น Verzenio สำหรับรักษามะเร็งเต้านม กลุ่มยาโรคภูมิคุ้มกัน เช่น Taltz และกลุ่มยาทางประสาท เช่น ยารักษาอัลไซเมอร์ตัวใหม่ Kisunla
ข้อได้เปรียบสำคัญของ Lilly คือการมีท่อส่งยาใหม่ที่แข็งแกร่งมาก โดยมียาในขั้นตอนการพัฒนาและทดลองหลายสิบตัว คู่แข่งหลักคือ Novo Nordisk จากเดนมาร์กที่มียา Ozempic และ Wegovy
ผลประกอบการและฐานะการเงิน
ในปี 2025 Lilly มีรายได้ประมาณ 40 พันล้านดอลลาร์ เติบโตกว่า 30% จากปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากยอดขาย Mounjaro และ Zepbound ที่พุ่งสูงมาก กำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์ Profit Margin อยู่ที่ราว 20% ซึ่งถือว่าดีสำหรับบริษัทยา
บริษัทมีหนี้สินอยู่บ้าง แต่อยู่ในระดับที่จัดการได้ Debt-to-Equity Ratio อยู่ที่ประมาณ 1.5 เท่า กระแสเงินสดจากการดำเนินงานแข็งแกร่ง ทำให้บริษัทสามารถลงทุนในการวิจัยและพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง Lilly จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ โดย Dividend Yield อยู่ที่ประมาณ 0.7%
การเติบโตและโอกาส
โอกาสเติบโตของ Lilly มาจากหลายทาง หนึ่งคือตลาดยาลดน้ำหนักที่คาดว่าจะมีมูลค่ามากกว่า 100 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 สองคือยารักษาอัลไซเมอร์ตัวใหม่ Kisunla ที่เพิ่งได้รับการอนุมัติ สามคือการขยายกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น
ความเสี่ยง
ความเสี่ยงหลักคือการแข่งขันกับ Novo Nordisk ที่รุนแรงมาก รวมถึงความเสี่ยงจากการหมดอายุสิทธิบัตรยา ความเสี่ยงจากราคาหุ้นที่สูงมากเมื่อเทียบกับกำไร และความเสี่ยงจากกฎระเบียบด้านยาที่อาจเปลี่ยนแปลง
การประเมินมูลค่า
ราคาหุ้น Lilly อยู่ในระดับที่สูงมาก P/E Ratio อยู่ที่ประมาณ 60-70 เท่า ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งและค่าเฉลี่ยในอดีต แต่ตลาดยอมจ่ายแพงเพราะคาดหวังการเติบโตที่สูง นักลงทุนควรพิจารณาว่าพร้อมที่จะจ่ายราคาพรีเมียมนี้หรือไม่
สรุปและมุมมอง
Eli Lilly เป็นบริษัทยาคุณภาพสูงที่มีตำแหน่งที่ดีในตลาดยาลดน้ำหนักที่กำลังเติบโต เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองระยะยาวและยอมรับความผันผวนของราคาได้ สิ่งที่ควรติดตามคือยอดขายยา Mounjaro และ Zepbound รายไตรมาส และความคืบหน้าของยาในท่อส่ง
⚠️ คำเตือน:
ข้อมูลนี้มีไว้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน กรุณาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน