MS

MSFT

เทคโนโลยี

Microsoft Corporation

$353.00$3.75 (+1.06%)

📊กราฟราคา

📈ข้อมูลสำคัญ

สูงสุด 52 สัปดาห์
$483.32
ต่ำสุด 52 สัปดาห์
$281.35
P/E Ratio
51.81
EPS
$10.55
เงินปันผล
2.83%
Beta
0.82
ปริมาณ
16.78M
มูลค่าตลาด
$87.02B

📝บทวิเคราะห์ภาษาไทย

บริษัทนี้คืออะไร ทำอะไร

Microsoft Corporation คือยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์และคลาวด์คอมพิวติ้งที่เป็นกระดูกสันหลังของโลกธุรกิจสมัยใหม่ ถ้า Apple ครองใจผู้บริโภค (B2C), Microsoft ก็คือราชาแห่งโลกองค์กร (B2B) ที่บริษัททั่วโลกขาดไม่ได้

Microsoft ไม่ได้ขายแค่ Windows และ Office อีกต่อไป แต่เป็นผู้นำด้าน Cloud Computing (Azure), แพลตฟอร์มทำงานร่วมกัน (Teams, LinkedIn), เครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์ (GitHub) และล่าสุดคือ "ผู้นำด้าน AI" ผ่านการลงทุนใน OpenAI (ผู้สร้าง ChatGPT)

ถ้าจะเปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย Microsoft เหมือนเจ้าของ "โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล" ของโลกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์, โปรแกรมพิมพ์งาน, ระบบเก็บข้อมูลบนเมฆ, หรือเครื่องมือที่โปรแกรมเมอร์ใช้สร้างแอป ทุกอย่างวิ่งอยู่บนระบบของ Microsoft

ประวัติและความเป็นมา

ก่อตั้งโดย Bill Gates และ Paul Allen ในปี 1975 ด้วยวิสัยทัศน์ "คอมพิวเตอร์บนทุกโต๊ะทำงานและในทุกบ้าน" Microsoft ครองโลกยุค PC ด้วย Windows และ Office

ยุคที่หลงทาง: ในช่วงปี 2000-2013 ภายใต้ CEO Steve Ballmer หุ้น Microsoft ไม่ไปไหนเลย เพราะพลาดโอกาสในตลาดมือถือ (Windows Phone ล้มเหลว) และถูกมองว่าเป็นบริษัทเทคโนโลยีตกยุค

จุดพลิกผัน (The Turnaround): ปี 2014 Satya Nadella เข้ามารับตำแหน่ง CEO และเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรจาก "Know-it-all" เป็น "Learn-it-all" ประกาศกลยุทธ์ "Mobile First, Cloud First" ยอมเปิดกว้างให้ซอฟต์แวร์ Microsoft รันบน iPhone และ Android และทุ่มสุดตัวให้กับธุรกิจ Cloud (Azure) ทำให้ Microsoft กลับมาผงาดเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกอีกครั้ง

โมเดลธุรกิจและแหล่งรายได้

Microsoft มีโครงสร้างรายได้ที่กระจายตัวดีมาก (Well-Diversified) มาจาก 3 ขาหลัก:

1. Productivity and Business Processes (ประมาณ 30%):

  • Office 365 (Word, Excel, PPT) เปลี่ยนจากขายกล่องขาดเป็นเช่าใช้ (Subscription) ทำให้รายได้มั่นคง
  • LinkedIn (โซเชียลคนทำงาน), Dynamics 365 (ระบบ CRM/ERP)
  • 2. Intelligent Cloud (ประมาณ 40-45%):

  • Azure: พระเอกตัวจริง ให้บริการ Server และ Cloud Service แก่องค์กรทั่วโลก เป็นเบอร์ 2 ของโลกเป็นรองแค่ AWS แต่เติบโตเร็วกว่า
  • GitHub: แพลตฟอร์มที่โปรแกรมเมอร์ทั่วโลกใช้เก็บโค้ด
  • 3. More Personal Computing (ประมาณ 25-30%):

  • Windows: รายได้จากลิขสิทธิ์ที่ติดมากับคอมพิวเตอร์
  • Gaming (Xbox, Activision Blizzard): Microsoft เป็นเจ้าของ Call of Duty, Minecraft, Candy Crush กลายเป็นบริษัทเกมรายใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก
  • Surface, Search (Bing)
  • ผลประกอบการและฐานะการเงิน

    Microsoft เป็นหนึ่งในบริษัทที่มี Rating ความน่าเชื่อถือระดับ AAA (ซึ่งสูงกว่ารัฐบาลสหรัฐฯ) มีความมั่นคงทางการเงินสูงสุด

  • การเติบโต: สามารถเติบโตระดับ Double Digit (มากกว่า 10%) ได้อย่างสม่ำเสมอทั้งรายได้และกำไร ซึ่งน่าทึ่งมากสำหรับบริษัทขนาดมหึมานี้
  • Profit Margin: สูงมากโดยเฉพาะในกลุ่ม Software และ Cloud แสดงถึงอำนาจในการกำหนดราคา (Pricing Power)
  • เงินปันผล: เป็นหุ้นเทคโนโลยีไม่กี่ตัวที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอและเพิ่มเงินปันผลทุกปี
  • ความเสี่ยง

    1. การแข่งขันในตลาด AI และ Cloud: ต้องสู้กับ AWS ของ Amazon, Google Cloud และ Meta การแข่งขันที่รุนแรงอาจทำให้ต้องลงทุนมหาศาล (Capex) และกระทบกำไรระยะสั้น

    2. ปัญหาความปลอดภัย (Cybersecurity): ในฐานะที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของโลก Microsoft ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์บ่อยครั้ง หากเกิดเหตุการณ์ใหญ่ อาจกระทบความเชื่อมั่น

    3. กฎหมาย Antitrust: การเข้าซื้อกิจการใหญ่ๆ (เช่น Activision) มักถูกตรวจสอบเข้มข้น

    การเติบโตและโอกาส

    "AI Revolution" คือหัวใจของการเติบโตในทศวรรษหน้า:

  • Copilot: Microsoft กำลังใส่ AI เข้าไปในทุกสินค้า Microsoft 365 Copilot จะช่วยเขียนอีเมล สรุปประชุม สร้างสไลด์ ซึ่งองค์กรยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อความ Productive
  • Azure OpenAI Service: องค์กรที่อยากใช้ GPT-4 ของ OpenAI ต้องมาใช้ผ่าน Azure ซึ่งดึงดูดลูกค้า Cloud หน้าใหม่ได้มหาศาล
  • สรุปและมุมมอง

    Microsoft คือ "หุ้นเทคโนโลยีที่ครบเครื่องที่สุด" (The All-Rounder) มีทั้งความมั่นคงจากธุรกิจ Office/Windows, การเติบโตสูงจาก Azure, และอนาคตที่สดใสจาก AI

    เป็นบริษัทที่อยู่ในจุดที่ดีที่สุดในการคว้าโอกาสจาก AI Boom เพราะเป็นพันธมิตรหลักของ OpenAI เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการหุ้นหลัก (Core Holding) ในพอร์ต ที่เติบโตดี มั่นคงสูง และมีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นเทคโนโลยีขนาดกลาง-เล็ก

    วิเคราะห์เมื่อ: 16 มกราคม 2026

    ⚠️ คำเตือน:

    ข้อมูลนี้มีไว้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน กรุณาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน