TP

TPR

สินค้าไม่จำเป็น

Tapestry Inc.

$143.50$2.37 (-1.62%)
กำลังโหลดราคาล่าสุด...

Bulltiq Investor Brief

ธุรกิจ Valuation และความเสี่ยง

Framework V1

Investor Summary

TPR เป็นเจ้าของแบรนด์ Coach, Kate Spade และ Stuart Weitzman จุดลงทุนคือ brand execution และ margin แต่รายได้ยังขึ้นกับ discretionary spending, China และ fashion cycle

Business Model

Tapestry ทำรายได้จาก handbags, accessories, footwear และ apparel ผ่าน retail, outlet, e-commerce และ wholesale moat มาจากแบรนด์, customer data, design capability และ distribution control

Valuation Context

ควรดู comparable sales, gross margin, inventory, brand health, China demand, FCF และ buybacks หุ้น accessible luxury ต้องพิสูจน์ pricing power และไม่พึ่ง discount มากเกินไป

Risk Context

ความเสี่ยงคือ consumer slowdown, fashion miss, outlet/markdown pressure, China weakness, acquisition/regulatory issues และ FX นักลงทุนไทยควรดู brand momentum แยกแต่ละแบรนด์

What to Watch

  • - Coach/Kate Spade sales
  • - gross margin และ markdowns
  • - inventory
  • - China/international demand

เหมาะกับใคร

เหมาะกับนักลงทุน consumer brand ที่รับ fashion และ discretionary-cycle risk ได้

ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลงบการเงินล่าสุด ราคา valuation ภาษี อัตราแลกเปลี่ยน และความเสี่ยงที่เหมาะกับตนเองก่อนตัดสินใจ

ลิงก์ข้อมูลเพิ่มเติม

ใช้ลิงก์ภายนอกเพื่อเช็กข้อมูลซ้ำจากหลายมุม โดย Bulltiq ไม่ถือว่าลิงก์ใดเป็นคำแนะนำซื้อขาย

บทวิเคราะห์ภาษาไทย

บริษัทนี้คืออะไร ทำอะไร

Tapestry (TPR) คือบริษัทแฟชั่นเครื่องหนังและเครื่องประดับระดับหรู (Accessible Luxury) ของอเมริกา เจ้าของแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ ลองนึกภาพแบรนด์กระเป๋าและเครื่องหนังอย่าง Coach (แบรนด์เรือธงที่สร้างชื่อ), Kate Spade (แบรนด์สดใสสำหรับคนรุ่นใหม่) และ Stuart Weitzman (รองเท้าหรู) Tapestry คือบริษัทที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์เหล่านี้ที่ขายกระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ และเครื่องหนังให้ผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าหรูในราคาที่จับต้องได้กว่าแบรนด์หรูระดับบนสุด (เช่น Louis Vuitton, Hermès) จุดเด่นคือการเป็นเจ้าของแบรนด์ที่มีฐานลูกค้าภักดี โดยเฉพาะ Coach ที่กำลังกลับมาได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z)

ประวัติและความเป็นมา

Tapestry มีรากเหง้าจากแบรนด์ Coach ที่ก่อตั้งในปี 1941 และสร้างชื่อเป็นแบรนด์เครื่องหนังอเมริกัน บริษัทเปลี่ยนชื่อจาก Coach Inc. เป็น "Tapestry" ในปี 2017 เพื่อสะท้อนการเป็นบริษัทที่มีหลายแบรนด์ หลังเข้าซื้อ Kate Spade และ Stuart Weitzman จุดที่ท้าทายล่าสุดคือความพยายามเข้าซื้อ Capri Holdings (เจ้าของ Michael Kors, Versace, Jimmy Choo) เพื่อสร้างกลุ่มแฟชั่นหรูอเมริกันขนาดยักษ์ แต่ดีลถูกขัดขวางจากหน่วยงานกำกับด้านการแข่งขัน ทำให้ดีลล้มเหลว หลังจากนั้น Tapestry หันมาโฟกัสการเติบโตของแบรนด์ที่มีอยู่ โดยเฉพาะการพลิกฟื้น Coach ให้กลับมาได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างประสบความสำเร็จ

โมเดลธุรกิจและแหล่งรายได้

รายได้มาจากการขายกระเป๋า เครื่องหนัง รองเท้า และเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ Coach, Kate Spade และ Stuart Weitzman ผ่านร้านค้า อีคอมเมิร์ซ และช่องทางขายส่ง จุดแข็งคือแบรนด์ Coach ที่แข็งแกร่งและมีอำนาจตั้งราคา บวกกับการบริหารแบรนด์อย่างมีวินัย — การควบคุมการลดราคาและการสร้างภาพลักษณ์หรู ทำให้รักษามาร์จิ้นได้ดี Coach กำลังประสบความสำเร็จในการดึงดูดลูกค้ารุ่นใหม่ (Gen Z) ผ่านสินค้าและการตลาดที่ตรงใจ ซึ่งช่วยขยายฐานลูกค้าและสร้างการเติบโต สินค้าหรูยังมีลักษณะที่ทนทานต่อเศรษฐกิจในระดับหนึ่งเพราะลูกค้ามีกำลังซื้อ

ผลประกอบการและฐานะการเงิน

  • รายได้และกำไรขับเคลื่อนโดยแบรนด์ Coach ที่แข็งแกร่งและการบริหารที่มีวินัย
  • มาร์จิ้นที่ดีจากอำนาจตั้งราคาและการควบคุมการลดราคา
  • กระแสเงินสดแข็งแรง จ่ายปันผลและซื้อหุ้นคืนเชิงรุก
  • ความเสี่ยง

    1. ความอ่อนไหวต่อกำลังซื้อและเศรษฐกิจ: สินค้าหรูเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่อาจลดลงเมื่อเศรษฐกิจตึงตัว

    2. การพึ่งพา Coach: รายได้และกำไรส่วนใหญ่พึ่งแบรนด์ Coach หากความนิยมลดลงจะกระทบมาก

    3. การแข่งขันและเทรนด์แฟชั่น: การแข่งขันในตลาดแฟชั่นหรูและการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์

    การเติบโตและโอกาส

    1. การพลิกฟื้นและความนิยมของ Coach: ความสำเร็จในการดึงดูดลูกค้ารุ่นใหม่ (Gen Z) ผ่านสินค้าและการตลาดที่ตรงใจ ขยายฐานลูกค้าและการเติบโต

    2. อำนาจตั้งราคาและมาร์จิ้น: การบริหารแบรนด์อย่างมีวินัยและการควบคุมการลดราคาช่วยรักษามาร์จิ้น

    3. การเติบโตในต่างประเทศ: การขยายในตลาดเอเชียและตลาดเกิดใหม่ที่ความต้องการสินค้าหรูเติบโต

    4. การฟื้นฟู Kate Spade: โอกาสในการพลิกฟื้นแบรนด์ Kate Spade ให้กลับมาเติบโต

    5. การคืนทุน: ปันผลและการซื้อหุ้นคืนเชิงรุกสำหรับผู้ถือหุ้น

    หัวใจของการลงทุนใน Tapestry คือการเดิมพันกับ "ความสำเร็จของแบรนด์ Coach ในการครองใจคนรุ่นใหม่": Coach เป็นแบรนด์เครื่องหนังอเมริกันที่มีประวัติยาวนานและฐานลูกค้าภักดี และที่น่าทึ่งคือในช่วงหลัง Coach ประสบความสำเร็จในการดึงดูดลูกค้ารุ่นใหม่ (Gen Z) ผ่านสินค้าและการตลาดที่ตรงใจ ทำให้แบรนด์กลับมาได้รับความนิยมและเติบโต ซึ่งเป็นเรื่องที่หาได้ยากสำหรับแบรนด์ดั้งเดิม จุดแข็งคือการบริหารแบรนด์อย่างมีวินัย — การควบคุมการลดราคาและการรักษาภาพลักษณ์หรู ทำให้มีอำนาจตั้งราคาและมาร์จิ้นที่ดี หลังจากดีลซื้อ Capri ล้มเหลว Tapestry หันมาโฟกัสการเติบโตของแบรนด์ที่มีอยู่และคืนทุนให้ผู้ถือหุ้น อย่างไรก็ตาม รายได้ส่วนใหญ่พึ่งแบรนด์ Coach และสินค้าหรูยังอ่อนไหวต่อกำลังซื้อ ทำให้ต้องจับตาความนิยมของ Coach และภาวะเศรษฐกิจ

    สรุปและมุมมอง

    Tapestry คือบริษัทแฟชั่นหรูที่ขับเคลื่อนด้วยความสำเร็จของแบรนด์ Coach ที่ครองใจคนรุ่นใหม่ พร้อมการบริหารที่มีวินัยและการคืนทุน จุดที่ต้องยอมรับคือการพึ่งพา Coach และความอ่อนไหวต่อกำลังซื้อ

    เหมาะสำหรับ: นักลงทุนที่ต้องการ exposure ต่อตลาดสินค้าหรูที่จับต้องได้ผ่านแบรนด์ Coach ที่กำลังเติบโต รับความอ่อนไหวต่อกำลังซื้อและการพึ่งพาแบรนด์หลักได้ และมองการบริหารแบรนด์และการคืนทุน

    วิเคราะห์เมื่อ: 10 มิถุนายน 2026

    คำเตือน:

    ข้อมูลนี้มีไว้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน กรุณาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

    ข้อมูลพื้นฐาน (Fundamentals)

    รายได้ YoY:+14.1%
    กำไรสุทธิ YoY:-22.9%

    มูลค่าบริษัท (Valuation)

    Market Cap
    $29.89B
    Enterprise Value
    $32.70B
    P/E Ratio
    45.03
    P/B Ratio
    43.74

    ผลกำไร (Profitability)

    รายได้ (TTM)
    $7.85B
    กำไรสุทธิ (TTM)
    $662.80M
    EPS (TTM)
    $3.31
    EBITDA (TTM)
    $1.12B
    Gross Margin
    76.2%
    Net Margin
    8.4%
    Dividend Yield
    1.09%
    Beta
    1.29

    งบดุล (Balance Sheet)

    สินทรัพย์รวม
    $6.47B
    หนี้สินรวม
    $5.78B
    ส่วนของผู้ถือหุ้น
    $682.40M
    หนี้รวม
    $3.92B
    D/E Ratio
    5.75
    Current Ratio
    1.84

    กระแสเงินสด (Cash Flow)

    Free Cash Flow (TTM)
    $1.75B
    Operating Cash Flow
    $1.90B
    หุ้นที่ออกจำหน่าย
    208.30M

    ข้อมูลรายไตรมาส

    รายได้ (Revenue)
    1.59B
    Q4/24
    1.51B
    Q1/25
    2.20B
    Q2/25
    1.58B
    Q3/25
    1.72B
    Q4/25
    1.70B
    Q1/26
    2.50B
    Q2/26
    1.92B
    Q3/26
    กำไรสุทธิ (Net Income)
    159.30M
    Q4/24
    186.60M
    Q1/25
    310.40M
    Q2/25
    203.30M
    Q3/25
    -517100000.00
    Q4/25
    274.80M
    Q1/26
    561.30M
    Q2/26
    343.80M
    Q3/26
    กำไรต่อหุ้น (EPS)
    $0.68
    Q4/24
    $0.79
    Q1/25
    $1.38
    Q2/25
    $0.95
    Q3/25
    $-2.30
    Q4/25
    $1.28
    Q1/26
    $2.68
    Q2/26
    $1.65
    Q3/26
    EBITDA
    293.40M
    Q4/24
    311.30M
    Q1/25
    425.30M
    Q2/25
    307.50M
    Q3/25
    -517700000.00
    Q4/25
    383.10M
    Q1/26
    767.60M
    Q2/26
    483.00M
    Q3/26
    ข้อมูลพื้นฐานเป็น USD และอาจมาจากงวดรายงาน/ผู้ให้บริการข้อมูลที่อัปเดตไม่พร้อมกัน ไม่ใช่ตัวเลข real-time และไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน นักลงทุนไทยควรพิจารณา FX, ภาษี, ค่าธรรมเนียม และเอกสารบริษัทประกอบเสมอ

    ประวัติกำไร & การเติบโต (Earnings Tracker)

    EPS ล่าสุด (Q3/2026)
    $1.65
    -38.4% QoQ
    รายได้ล่าสุด (Q3/2026)
    $1.92B
    -23.2% QoQ
    EPS (TTM)
    $3.31
    รายได้ (TTM)
    $7.85B
    กำไรต่อหุ้น (EPS) รายไตรมาส
    Q4/2024
    $0.68
    Q1/2025
    $0.79
    Q2/2025
    $1.38
    Q3/2025
    $0.95
    Q4/2025
    $-2.30
    Q1/2026
    $1.28
    Q2/2026
    $2.68
    Q3/2026
    $1.65
    รายได้ (Revenue) รายไตรมาส
    Q4/2024
    $1.59B
    Q1/2025
    $1.51B
    Q2/2025
    $2.20B
    Q3/2025
    $1.58B
    Q4/2025
    $1.72B
    Q1/2026
    $1.70B
    Q2/2026
    $2.50B
    Q3/2026
    $1.92B
    กำไรสุทธิ (Net Income) รายไตรมาส
    Q4/2024
    $159.30M
    Q1/2025
    $186.60M
    Q2/2025
    $310.40M
    Q3/2025
    $203.30M
    Q4/2025
    $-517100000.00
    Q1/2026
    $274.80M
    Q2/2026
    $561.30M
    Q3/2026
    $343.80M
    EBITDA รายไตรมาส
    Q4/2024
    $293.40M
    Q1/2025
    $311.30M
    Q2/2025
    $425.30M
    Q3/2025
    $307.50M
    Q4/2025
    $-517700000.00
    Q1/2026
    $383.10M
    Q2/2026
    $767.60M
    Q3/2026
    $483.00M

    อัตราการเติบโต QoQ

    ไตรมาสรายได้ QoQกำไรสุทธิ QoQEPS QoQ
    Q1/2025-5.3%+17.1%+16.2%
    Q2/2025+45.6%+66.3%+74.7%
    Q3/2025-27.8%-34.5%-31.2%
    Q4/2025+8.7%-354.4%-342.1%
    Q1/2026-1.1%+153.1%+155.7%
    Q2/2026+46.8%+104.3%+109.4%
    Q3/2026-23.2%-38.7%-38.4%

    Investor Decision Framework

    คำถามหลักก่อนศึกษา TPR

    Educational

    คำถามหลักก่อนอ่านต่อ

    หุ้น TPR ควรได้สัดส่วนเป็นหุ้นรายตัวในพอร์ต หรือควรใช้ ETF/หุ้นคู่แข่งเพื่อกระจายความเสี่ยงเฉพาะบริษัทมากกว่า?

    ข้อเท็จจริงที่ต้องเช็ก

    • - ธุรกิจหลักและกำไรของ TPR ยังโตพอรองรับ valuation ปัจจุบันหรือไม่
    • - P/E 45.03 เทียบกับคุณภาพธุรกิจ การเติบโต และ peer แล้วแพงหรือสมเหตุสมผล
    • - ราคาปัจจุบัน $143.50 อยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับกรอบ 52 สัปดาห์ $80.35-$161.97

    ความเสี่ยงที่ต้องไม่ข้าม

    • - ความผันผวนสูงกว่าตลาด นักลงทุนควรระวัง drawdown
    • - ถ้างบหรือ guidance อ่อนกว่าคาด หุ้นขนาดใหญ่ที่ตลาดคาดหวังสูงอาจถูกลด multiple ได้
    • - นักลงทุนไทยควรแยกผลตอบแทนของหุ้นออกจากผลของ USD/THB ค่าธรรมเนียม และภาษี

    บริบทสำหรับนักลงทุนไทย

    • - ใช้หน้านี้เป็นจุดเริ่มต้นในการทำการบ้าน ไม่ใช่คำแนะนำซื้อ ขาย หรือถือ
    • - ถ้าถือผ่านพอร์ตไทย ต้องคิดเรื่องเวลาตลาดสหรัฐ ค่าเงิน และข่าวนอกเวลาทำการไทย
    • - ก่อนเพิ่มน้ำหนัก ควรเทียบกับหุ้นในกลุ่มเดียวกันและ ETF ที่ให้ exposure คล้ายกัน

    ขั้นต่อไป: อ่านสรุปธุรกิจ ความเสี่ยง และ valuation ด้านล่าง แล้วค่อยเปิดกราฟ/งบเพื่อเช็กว่าราคาสะท้อน thesis ไปมากแค่ไหน

    FAQ สำหรับมือใหม่เกี่ยวกับ TPR

    หุ้น TPR คืออะไร?

    TPR คือหุ้นของ Tapestry Inc. ในกลุ่ม สินค้าไม่จำเป็น ของตลาดหุ้นสหรัฐ เหมาะสำหรับเริ่มศึกษาจากธุรกิจ รายได้ และความเสี่ยงของบริษัทก่อนดูกราฟราคา

    TPR ทำธุรกิจอะไร?

    Tapestry, Inc. (TPR) คือ "บ้านแห่งแฟชั่นหรูเข้าถึงได้" (Accessible Luxury)

    TPR แพงหรือถูกดูจากอะไร?

    TPR มี P/E ประมาณ 45.0 เท่า ตลาดจึงคาดหวังการเติบโตสูง นักลงทุนมือใหม่ควรระวังความเสี่ยงถ้าผลประกอบการชะลอ

    TPR จ่ายปันผลไหม?

    TPR มี dividend yield ประมาณ 1.09% จากข้อมูล static ล่าสุดของ BulltiQ แต่ควรตรวจสอบวันขึ้น XD และความสม่ำเสมอของปันผลเพิ่ม

    TPR เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่ไหม?

    TPR เหมาะกับผู้ที่เข้าใจความเสี่ยงของหุ้นรายตัวในกลุ่ม สินค้าไม่จำเป็น หากยังเริ่มต้น อาจเปรียบเทียบกับ ETF หรือหุ้นคู่แข่งก่อนตัดสินใจ

    กราฟราคาย้อนหลัง (Price History)

    กำลังโหลดกราฟ...

    หุ้นในกลุ่มเดียวกัน (สินค้าไม่จำเป็น)

    ความน่าเชื่อถือของข้อมูล

    ข้อมูล หุ้น TPR ใช้เพื่อประกอบการศึกษาและอาจอัปเดตไม่พร้อมกันในแต่ละส่วน

    ไม่ใช่ข้อมูล Real-time
    ข้อมูลราคา ณ
    19 มิ.ย. 2569
    ข้อมูลพื้นฐาน ณ
    14 มิ.ย. 2569
    บทวิเคราะห์อัปเดต
    10 มิ.ย. 2569

    ราคา กราฟ และตัวเลขอาจล่าช้าหรือแตกต่างจากโบรกเกอร์ ไม่ควรใช้เป็นราคาเสนอซื้อขายแบบ real-time

    ตัวเลขส่วนใหญ่เป็นสกุล USD นักลงทุนไทยควรคิดผลกระทบ FX USD/THB ค่าธรรมเนียม และภาษีที่เกี่ยวข้อง

    เนื้อหานี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ภาษี หรือกฎหมาย ควรตรวจสอบเอกสารบริษัท/กองทุนและที่ปรึกษาของท่านก่อนตัดสินใจ

    Free guides

    เช็กลิสต์ก่อนศึกษาหุ้น TPR

    รับกรอบคำถามสำหรับอ่านธุรกิจ valuation ความเสี่ยง และ catalyst ของหุ้นสหรัฐแบบเป็นขั้น ใช้เพื่อจัดระเบียบการบ้านของตัวเอง ไม่ใช่คำแนะนำซื้อขาย

    ก่อนอ่านหุ้นรายตัว

    US Stock Checklist

    เช็กลิสต์ช่วยอ่านธุรกิจหุ้นสหรัฐฯ แบบไม่ข้ามขั้น ทั้งรายได้ margin valuation catalyst และความเสี่ยงที่ควรเขียนให้ชัด

    • แยกเรื่องธุรกิจดีออกจากราคาหุ้นที่อาจแพงเกินไป
    • ถามเรื่อง moat, growth driver, balance sheet และ downside case
    • ใช้เป็นกรอบจดโน้ตก่อนเพิ่มหุ้นเข้า watchlist