TS

TSLA

สินค้าไม่จำเป็น

Tesla Inc.

$402.75$3.36 (-0.84%)

📊กราฟราคา

📈ข้อมูลสำคัญ

สูงสุด 52 สัปดาห์
$574.39
ต่ำสุด 52 สัปดาห์
$263.75
P/E Ratio
39.29
EPS
$17.57
เงินปันผล
2.67%
Beta
0.77
ปริมาณ
26.32M
มูลค่าตลาด
$38.40B

📝บทวิเคราะห์ภาษาไทย

บริษัทนี้คืออะไร ทำอะไร

Tesla Inc. ไม่ใช่แค่บริษัทขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่เป็นบริษัท "AI & Robotics" ที่บังเอิญขายรถ

Elon Musk นำพา Tesla จากบริษัทรถยนต์ที่เกือบเจ๊ง สู่ผู้นำการปฏิวัติยานยนต์โลก Tesla เป็นผู้บุกเบิกตลาด EV ให้เกิด Mass Adoption ด้วย Model S, 3, Y ที่มีประสิทธิภาพสูง ดีไซน์ล้ำ และชาร์จไฟได้ผ่านเครือข่าย Supercharger ที่ครอบคลุมที่สุด

แต่สิ่งที่นักลงทุนให้ค่า Tesla จริงๆ คือ "อนาคต": ระบบขับขี่อัตโนมัติ (FSD), หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Optimus), และธุรกิจพลังงาน (Solar Roof & Powerwall)

ประวัติและความเป็นมา

Elon Musk เข้ามาลงทุนและบริหาร Tesla ในปี 2004 ด้วย Master Plan: สร้างรถสปอร์ตแพงๆ (Roadster) -> เอาเงินมาสร้างรถหรู (Model S/X) -> เอาเงินมาสร้างรถแมส (Model 3/Y)

Tesla ผ่านวิกฤต "Production Hell" (นรกของการผลิต) มาได้ และกลายเป็นบริษัทรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก แซงหน้า Toyota หลายเท่าตัวทั้งที่ขายรถได้น้อยกว่ามาก

โมเดลธุรกิจและแหล่งรายได้

1. Automotive Sales (ขายรถ) - รายได้หลัก (80%+):

  • กำไรขั้นต้นต่อคัน (Gross Margin per vehicle) เคยสูงที่สุดในอุตสาหกรรม แต่ลดลงจากการหั่นราคาเพื่อสู้กับคู่แข่งจีน
  • รายได้จากการขาย ZEV Credits ให้ค่ายรถน้ำมัน
  • 2. Energy Generation & Storage:

  • ขายแผงโซลาร์และแบตเตอรี่เก็บไฟ (Megapack) สำหรับโรงไฟฟ้า ธุรกิจนี้กำลังโตระเบิดและเริ่มทำกำไรได้ดี
  • 3. Services & Other:

  • ศูนย์ซ่อม, ประกันภัย, ค่าชาร์จ Supercharger, และซอฟต์แวร์ FSD (Full Self-Driving)
  • ผลประกอบการและฐานะการเงิน

  • พลิกจากขาดทุนมาเป็นกำไรมหาศาล กระแสเงินสดแข็งแกร่ง มีเงินสดในมือเยอะ
  • แต่รายได้และกำไรเริ่มชะลอตัวจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด EV โลก และดอกเบี้ยขาขึ้นที่ทำให้คนซื้อรถยากขึ้น
  • ความเสี่ยง

    1. สงครามราคาและคู่แข่งจีน: BYD, Xiaomi และค่ายรถจีนรุกหนักมากด้วยรถคุณภาพดีราคาถูก บีบให้ Tesla ต้องลดราคาและกำไรหด

    2. Key Man Risk: Elon Musk คือดาบสองคม วิสัยทัศน์อัจฉริยะพาบริษัทโต แต่พฤติกรรมคาดเดาไม่ได้ (เช่น การเมือง, ซื้อ Twitter) ก็สร้างความเสี่ยงให้แบรนด์

    3. ความล่าช้าของผลิตภัณฑ์: Robotaxi, Roadster, Cybertruck มักมาช้ากว่ากำหนด (Elon Time)

    4. FSD Regulatory: ระบบขับขี่อัตโนมัติยังไม่สมบูรณ์และโดนตรวจสอบเรื่องความปลอดภัย

    การเติบโตและโอกาส

    1. Robotaxi & FSD: นี่คือเดิมพันสูงสุด ถ้า Tesla ทำรถขับเองได้จริง 100% (Level 4-5) มูลค่าบริษัทจะพุ่งมหาศาลจากการเป็น Platform แท็กซี่ไร้คนขับ

    2. Optimus (หุ่นยนต์): ตลาดแรงงานหุ่นยนต์อาจใหญ่กว่าตลาดรถยนต์ Tesla ใช้ AI ตัวเดียวกับรถมาใส่ในหุ่น

    3. Model 2 (รถราคาประหยัด): รถรุ่นใหม่ราคา $25k ที่จะมาจับตลาดแมสจริงๆ (แต่มีความผันผวนของข่าวว่าจะทำหรือไม่ทำ)

    4. Energy Storage: ธุรกิจแบตเตอรี่ Megapack กำลังเป็น New S-Curve ที่เติบโตไวกว่ารถ

    สรุปและมุมมอง

    Tesla คือหุ้น "High Risk, High Reward" ที่สุดตัวหนึ่ง

  • ถ้าคุณมองเป็นบริษัทรถ: ราคาโคตรแพง (Overvalued) คู่แข่งเพียบ กำไรลด
  • ถ้าคุณมองเป็นบริษัท AI/Robotics: ราคาอาจจะยังถูก (Undervalued) ถ้าทำสำเร็จ
  • เหมาะสำหรับ: นักลงทุนที่ศรัทธาใน Elon Musk และเชื่อมั่นในโลกหุ่นยนต์/AI ในอนาคต และทนแรงเหวี่ยงของราคาหุ้นได้ระดับรถไฟเหาะ

    วิเคราะห์เมื่อ: 16 มกราคม 2026

    ⚠️ คำเตือน:

    ข้อมูลนี้มีไว้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน กรุณาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

    🔗หุ้นในกลุ่มเดียวกัน (สินค้าไม่จำเป็น)