ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ไถฟีดข่าวเศรษฐกิจแล้วเห็นพาดหัวแบบนี้ "เจอร์โรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ประกาศคงดอกเบี้ย FED! ส่งผลให้ S&P 500 ร่วงแรงท้ายตลาด" คุณอาจจะเกาหัวว่า ตกลงตาคนนี้คือใคร ทำไมคำพูดแค่ไม่กี่ประโยคของชายแก่วัยเกษียณ ถึงมีพลังเสกความมั่งคั่งของพอร์ตคุณให้หายวับไปหลายล้านบาทในพริบตา?
คำตอบง่ายๆ คือ เขาคือชายที่มีอำนาจที่สุดในระบบเศรษฐกิจโลกครับ ในโลกของการลงทุนหุ้นอเมริกา "ปัจจัยมหภาค (Macroeconomics)" ไม่ใช่เรื่องของอาจารย์มหาลัยอีกต่อไป แต่มันคือเส้นเลือดใหญ่ที่กำหนดว่าเดือนหน้าคุณจะกินสเต็กหรือกินมาม่ากึ่งสำเร็จรูป บทความนี้ Bulltiq.com จะมาเล่าให้เห็นภาพแบบง่ายๆ ปอกกล้วยเข้าปาก ว่าทำไม ดอกเบี้ย (Interest Rates) ถึงเป็นศัตรูตัวฉกาจ (หรือเพื่อนรัก) ของเงินในกระเป๋าคุณครับ
Fed เป็นใคร มาสอยเงินฉันทำไม?
Fed ย่อมาจาก Federal Reserve แปลเป็นไทยก็คือ "ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา" (เทียบกับบ้านเราคือ แบงก์ชาติ หรือ ธปท.) หน้าที่หลักของ Fed มี 2 อย่างที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง:
- 1.การคุม "เงินเฟ้อ" ให้ราคาไข่ไก่หรือราคาน้ำมันไม่พุ่งจนคนจนกินข้าวไม่ได้
- 2.การสร้าง "เศรษฐกิจ" ให้แข็งแรง ทำให้คนในอเมริกามีงานทำ กิจการเฟื่องฟู
อาวุธระดับปืนใหญ่ที่ Fed เอาไว้ใช้ควบคุมสมดุลนี้ก็คือ อัตรดอกเบี้ยนโยบาย (Federal Funds Rate) นั่นเองครับ
ทฤษฎีกระดานหก: ดอกเบี้ย กับ ราคาหุ้น
จำประโยคทองคำนี้ไว้เสมอ: "ดอกเบี้ยและราคาหุ้น มักจะขยับสวนทางกันแบบกระดานหก"
สถานการณ์ที่ 1: ยุคที่ดอกเบี้ยถูกจนแทบแจกฟรี (Quantitative Easing หรือ QE) ลองนึกภาพว่าคุณเป็นผู้บริหาร Apple (AAPL) แล้วแบงก์บอกว่า "เห้ยคุณ กู้เงินเอาไปขยายโรงงานสิ ดอกเบี้ย 0.25% เอง!" คุณจะอยู่เฉยไหมครับ? คุณก็คงยอมกู้เงินมาสร้างโรงงาน จ้างวิศวกรชั้นนำ ปั้น AI โมเดลเจ๋งๆ ออกมา เมื่อต้นทุนการกู้ยืมมันถูกระดับติดดิน... บริษัทก็เอากำไรมาปั้นนวัตกรรม ยอดขายพุ่ง... ฝั่งนักลงทุนแบบเราๆ เอาเงินไปฝากออมทรัพย์กินดอกได้แค่ 0.5% เราก็ย่อมทนไม่ไหว ถอนเงินสดจากแบงก์วิ่งหอบเอามาไล่ซื้อหุ้นในตลาดเพราะหวังผลตอบแทน 10-20% ดีกว่า ผลคือ "สภาพคล่องไหลบ่า" พากราฟพุ่งทะยานสู่ดวงจันทร์ หุ้นเทคโนโลยีโตกระจุยเหมือนตอนยุคล็อคดาวน์โควิดใหม่ๆ
สถานการณ์ที่ 2: ยุคดอกเบี้ยขาขึ้นเพดานร้าว (Tightening Cycle) ทีนี้พอทุกคนกู้เงินมาใช้จ่าย รัฐแจกเงินเกลื่อน... ของบนโลกกลับมีเท่าเดิม สิ่งที่เกิดขึ้นคือ "เงินเฟ้อ (Inflation)" ข้าวของแพงหูฉี่ คนซื้อบ้านไม่ไหว Fed ก็เลยงัดอาวุธปืนใหญ่ออกมา คือการ "ประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย" พอ Fed ขึ้นดอกเบี้ย (เช่น ทะยานไปที่ 5.5% ในช่วงปี 2023)... ผลกระทบมันสะเทือนราวกับโดมิโน่!
- •บริษัทต้องจ่ายดอกเบี้ยแบงก์แพงขึ้น กำไรสุทธิถูกสูบออกไปทันที
- •ผู้คนลดละเลิกการรูดบัตรเครดิต ลดการซื้อของฟุ่มเฟือย
- •นักลงทุนฝั่ง Hedge fund หันมามองดูคณิตศาสตร์ง่ายๆ "เออว่ะ... ไม่ต้องเอาเงินไปเสี่ยงในตลาดหุ้นแล้วว่ะ เอาเงินก้อนไปซื้อพันธบัตรรัฐบาล (Treasury Bills) รัฐการันตีแจกดอกเบี้ยกินนิ่มๆ 5% ไร้ความเสี่ยง ไม่ดีกว่าเหรอ?"
ผลสุดท้าย กองทุนทั่วโลกจะเทขายหุ้นทิ้ง แล้วโยกเงินพุ่งใส่สินทรัพย์ปลอดภัย ตลาดหุ้นก็ร่วงนรกแตก!
ทำไม "หุ้นเติบโต (Growth)" และ "หุ้นเทคฯ" ถึงเจ็บปวดที่สุด?
เวลา Fed ขึ้นดอกเบี้ย หุ้นทุกตัวเจ็บเหมือนกัน แต่คนที่เข้าห้อง ICU คือแก๊งหุ้นเทคโนโลยีอย่าง Tesla, สตาร์ทอัพเทคฯ, หรือบริษัทที่พึ่งพากระแสเงินสดในอนาคต
ทำไมน่ะหรือครับ? เพราะมูลค่ามหาศาลของหุ้นบริษัทเหล่านี้ ถูกคำนวณจาก "ความฝัน" และ "กำไรที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันไกลโพ้น (Future Cash Flows)" เวลาดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น ตามหลักการบัญชี Discounted Cash Flow (DCF)... มูลค่าของเงิน 1 ล้านดอลลาร์ในอีก 10 ปีข้างหน้า พอมันถูกลดทอน(Discount) เข้ามาด้วยดัชนีดอกเบี้ยอัตราที่แพงลิบลิ่ว มูลค่าของเศษเงินตอนนั้นจะหดตัวเหลือน้อยนิดในสายตานักวิเคราะห์วันนี้ทันที! นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมกลุ่ม NASDAQ มักจะโดนเทขายทุบกระจายติดลบ 30-40% ภายในไม่กี่เดือน เมื่อประธาน Fed ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย
ในวิกฤตมีพระเอก: แล้วใครรอดตอนดอกเบี้ยแพง?
โลกนี้ไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น ขณะที่หุ้นเทคฯ แอบร้องไห้ กลุ่มหุ้นนี้จะผงาด:
- 1.หุ้นธนาคาร (Financial Sector): แบงก์คือเสือนอนกินฮ่าฮ่า ดอกเบี้ยนโยบายขึ้น แบงก์ก็ฟันกำไรจากส่วนต่าง (NIM) มหาศาล ตอนที่ตลาดพังปี 2022 หุ้นอย่าง JPMorgan ทุบสถิติผลงานได้อย่างสวยงาม
- 2.หุ้นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน (Utilities & Staples): ของกินของใช้ ยอดขายมันชัวร์ คนจะขาดเงินแค่ไหนก็ต้องจ่ายค่าไฟ (XLU) และต้องซื้อของเข้าบ้าน (Procter & Gamble) ซึ่งพวกนี้มีกระแสเงินสดปั๊มเป็นปันผลกลับมาให้นักลงทุน
สรุปและ Call to Action
ดัชนีต่างๆ ในอเมริกาขับเคลื่อนด้วยคำพูดของ Fed ล้วนๆ ถ้า Fed ลดดอกเบี้ย เตรียมตัวขึ้นรถไฟเหาะหุ้นเทคฯ ได้เลย แต่ถ้า Fed มีอารมณ์ฉุนเฉียวสั่งขึ้นดอกเบี้ยเพื่อตบเงินเฟ้อ การหลบเข้าไปกางร่มในกลุ่มหุ้นแบงก์หรือพันธบัตรก็เป็นกลยุทธ์รักษาพอร์ตที่ฉลาดสุดๆ
รอบทิศทางข่าวเศรษฐกิจเป็นอย่างไร Fed จะขึ้นหรือลงดอกเบี้ยเดือนหน้า... แค่คุณคลิกเข้ามาที่ Bulltiq.com คอยส่องดูเรดาห์ดัชนี Index ตัวเป้งๆ ทั้งหลายในหน้า Market Preview ของพวกเราเพื่อหาเทรนด์กระแสลม และจัดปรับพอร์ตแบบรู้ตัวก่อนใครได้เสมอ!
Disclaimer: บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาและให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน โปรดศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง