เวลานักลงทุนชาวไทยได้ยินคำว่า "Options (ออพชั่น)" ปฏิกิริยาแรกคือการเบือนหน้าหนีแล้วส่ายหัว "โอ้ย อันตราย! มันคือการพนัน! เล่นแล้วมีสิทธิ์เป็นหนี้ล้มละลาย!"
ความกลัวนั้นจริงแค่ครึ่งเดียวครับ... ถ้าคุณเอา Options ไปใช้แบบคนแทงหวยเก็งกำไรข้ามคืน มันก็คือเครื่องบดทำลายพอร์ตดีๆ นี่เอง แต่ถ้าคุณเข้าใจ "กลไก" ของมันจริงๆ นักลงทุนระดับสถาบันฝั่งอเมริกาใช้ Options เป็น "เครื่องมือทำประกันภัยพอร์ต (Hedging)" และเป็น "เครื่องจักรผลิตเงินสดปันผลกินฟรีๆ (Income Generation)" ที่เสถียรที่สุดในวอลล์สตรีตต่างหาก!
วันนี้ Bulltiq.com ขอบีบแก่นศัพท์สแลงยากๆ ของ Options มาอธิบายด้วยภาษามนุษย์ธรรมดา ให้รู้ไว้ใช่ว่า ก่อนจะพิจารณาข้ามสายครับ
Options คืออะไร? (อธิบายแบบคนเดินเต็นท์รถ)
คิดภาพว่าคุณเจอ "บ้านเดี่ยวหลังมุม" ราคา 10 ล้านบาท คุณอยากได้มาก คิดว่าเดือนหน้ารถไฟฟ้าสร้างเสร็จ ราคามันต้องพุ่งไป 12 ล้านแน่ๆ แต่ปัญหาคือ... วันนี้คุณมีเงินสดในกระเป๋าแค่ 1 แสนบาท!
คุณจึงเดินไปหาเจ้าของบ้าน แล้วขอทำ "สัญญาวางมัดจำ (Options)" โดยจ่ายเงินก้อนนี้ 1 แสนให้เขาฟรีๆ แลกกับสัญญากระดาษแผ่นนึงว่า: "ภายใน 30 วันนี้ ฉันมี 'สิทธิ์ (Right)' ที่จะมาขอซื้อบ้านหลังนี้ในราคา 10 ล้านบาทนะ ต่อให้ราคาจริงมันจะพุ่งไป 20 ล้าน คุณก็ห้ามหน้าเบี้ยว ห้ามขายคนอื่น และต้องขายให้ฉันราคา 10 ล้านเป๊ะ!"
- •คนซื้อสัญญา (Buyer): ใช้เงินตีตั๋วแค่แสนเดียว (Premium) ไปคุมบ้านมูลค่า 10 ล้านบาทได้ (Leverage มหาศาล) ขาดทุนเต็มที่ก็เสียแค่มัดจำ 1 แสน
- •คนขายสัญญา (Seller): นั่งรับเงินกินเปล่า 1 แสนบาทแฮปปี้ แต่... ถ้าราคาบ้านดันพุ่งแรงจริง ตัวเองก็จะโดนบังคับขายของถูกยับเยิน
สองพระเอกแห่งวงการ: Call vs Put
ในโลกของหุ้นอเมริกา ออพชั่นมีแค่ 2 ประเภทหลักที่แยกฝั่งกันชัดเจนครับ:
- 1.Call Option (สิทธิ 'ขอซื้อ' ในราคาที่ระบุ)
- •เมื่อไหร่ที่คุณซื้อ Call? เมื่อคุณ "มองขึ้น กระทิงดุ (Bullish)" ว่าหุ้นตัวนี้อย่าง Tesla (TSLA) อีก 1 เดือนราคามันต้องพุ่งกระฉูดทะลุฟ้าแน่ๆ คุณประหยัดเงินไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ไปซื้อหุ้นตัวแม่ 100 หุ้น แต่คุณควักเศษเงินมาซื้อ "ใบจอง Call" แทน กำไรได้กำไรเป็นเด้ง ขาดทุนก็เสียแค่ค่าใบจอง
- 1.Put Option (สิทธิ 'ขอบังคับขาย' ในราคาที่ระบุ)
- •เมื่อไหร่ที่คุณซื้อ Put? เมื่อคุณ "มองลง หมีตะปบ (Bearish)" หรือ "ต้องการซื้อประกันพอร์ต (Insurance)" เช่น คุณมีหุ้น Apple (AAPL) เต็มพอร์ต แต่คืนนี้งบการเงินจะออก คุณกลัวงบเน่าหุ้นตกพรวด คุณเลยไปเจียดเงินตั้งซื้อ "ประกัน Put" ไว้! ถ้ารุ่งเช้าหุ้น Apple ตกนรก -20% พอร์ตจริงคุณจะร่วงหนัก แต่ใบประกัน Put ใบนั้นจะกำไรบวกทะลุ +500% เอามาชดเชยกันจนพอร์ตคุณไม่เจ็บตัวเลย!
กลยุทธ์ลับเซียนหุ้น: Covered Call (สร้างปันผลทิพย์)
นี่คือหนึ่งในท่าเบสิกที่ "ปลอดภัยขั้นสุด" และนิยมใช้งานจริงมากที่สุดสำหรับนักลงทุนระยะยาวครับ (Warren Buffett ก็น่าจะใช้ท่านี้บ่อยมากๆ)
สมมติคุณเป็นนักลงทุน VI ขี้เกียจ คุณถือครองหุ้น Microsoft (MSFT) อยู่ในมือครบ 100 หุ้น (ต้นทุน $400 ต่อหุ้น) คุณตั้งใจจะถือไปอีก 10 ปี ไม่คิดจะขาย แต่อยู่ดีๆ คุณก็รู้สึกเบื่อ... ระหว่างรอ หุ้นมันก็แกว่งไปแกว่งมา ปันผลก็น้อยนิด คุณเลยอยากหา "ค่าทำขวัญ" รายเดือนฟรีๆ
คุณจึงแปลงร่างจากคนทำประกัน ไปเป็น "บริษัทรับตั้งรับแทงประกันเสียเอง (Seller)" คุณนำหุ้น MSFT 100 หุ้นของคุณ ไป "วางมัดจำค้ำประกัน" ไว้กับโบรกเกอร์ แล้วกดออกกระดาษ "ขาย Call Option (Sell Call)" ที่ราคา $430 (แพงกว่าราคาปัจจุบันไปไกล)
- •มีนักพนันในตลาดคนนึงมาขอซื้อใบประกันของคุณ โดยเขาจ่ายค่าเบี้ย (Premium) ให้คุณกินฟรีทันที $200 (โฉบเข้ากระเป๋าเลย)
- •ฉากจบ 1: เดือนนั้น MSFT ราคาอืดอาดขึ้นไปได้แค่ $420 นักพนันคนนั้นถือกระดาษหมดอายุฉีกทิ้ง คุณเอาเงิน $200 ไปกินโอมากาเสะฟรี และยังมีหุ้น MSFT 100 หุ้นไว้ในมือเหมือนเดิมเป๊ะ! (เดือนถัดไปคุณก็ตั้งขายกินเปล่าใหม่ วนลูป Infinity)
- •ฉากจบ 2: เกิดปาฏิหาริย์ MSFT บ้าเลือดพุ่งไป $450! นักพนันขอใช้สิทธิ์ คุณจะโดนระบบบังคับหยิบหุ้น MSFT 100 ตัวของคุณที่มี ไปประเคนขายให้เขาในราคา $430 (คุณตกรถไม่ได้กำไรตอน $450 แต่อย่าลืมนะว่า ทุนคุณช้อนมาแค่ $400 เท่ากับว่าคุณได้กำไรส่วนต่าง +3,000 เหรียญ และได้ถ่อเบี้ยกินฟรีอีก $200 ยังไงคุณก็กำไรจุกๆ แค่รวยน้อยลงหน่อยเท่านั้นเอง!)
คำเตือนและข้อควรระวัง
เหรียญมี 2 ด้านครับ 1. "Time Decay (ค่าเวลาเสื่อม)" Options ไม่เหมือนหุ้น มันคือสัญญาที่มีวิญญาณมี "วันหมดอายุ (Expiration Date)" ต่อให้หุ้นตัวนั้นจะวิ่งขึ้นจริงๆ ตามที่คุณเดาเป๊ะ! แต่ถ้ามันวิ่งขึ้นกะยึกกะยัก "ช้ากว่าวันที่กำหนดหมดอายุ" ใบจองที่คุณกู้มาจ่ายเงินซื้อก็มีค่าเหลือ 0 บาทกลายเป็นเศษกระดาษทันที 2. Naked Shorting พาพินาศ มนูษย์โลภมักจะชอบไปเล่นฝั่ง "ตั้งตัวเป็นคนรับแทง (Seller)" โดยที่หลงไปขายออพชั่น ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ได้มีเงินหรือหุ้น 100 หุ้นไว้แบ็กอัพในกระเป๋า (ภาษาการเงินคือทำตัวเปลือย - Naked) วันดีคืนร้ายหุ้นดันเกิด Black Swan ราคาพลิกกระดาน ภัยพิบัติจะบังเกิด! คุณจะโดนบังคับชดใช้หาเงินสดมาโปะหนี้ชนิดที่หน้าตักล้มละลายทันควัน
สรุปและ Call to Action
- 1.Options เป็นเครื่องมือที่ใช้บริหารกระแสเงินสดและป้องกันความเสี่ยงให้พอร์ตที่เก่งกาจมาก ไม่ใช่แค่แผงหวยรายวัน
- 2.ซื้อ Call (มองขึ้น) ซื้อ Put (มองลง/ทำประกัน)
- 3.ใช้ท่ากลยุทธ์ Covered Call เพื่อรีดกระแสเงินสดปันผลฟรีๆ ทุกเดือน จากหุ้นดีๆ ที่คุณมีกองอยู่เต็มพอร์ต
หากคุณหลงใหลในกลยุทธ์การเล่นกับ Options ของบรรดาหุ้นเทคยักษ์ใหญ่ ลองแวะเข้าเวิร์คช็อป Bulltiq.com เพื่อเทสต์และสแกนเช็คมูลค่า (Valuation) และรอบการสวิงตัว (Beta) ของหุ้นรายตัว เพื่อเตรียมทำหน้าตักรองรับความผันผวนของราคา Option ก่อนเปิดแพลตฟอร์มเทรดของจริงนะครับ
Disclaimer: บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาและให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น Options เป็นตราสารอนุพันธ์ที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงมาก โปรดทำความเข้าใจโครงสร้างกฎเกณฑ์ให้ถ่องแท้ และทดลอง Trade บนพอร์ตจำลอง (Paper Trading) ก่อนใช้เงินจริงลงทุนทุกครั้ง