จาก BulltiQ
เรียนวิเคราะห์หุ้นเชิงเทคนิคและพื้นฐานด้วย AI ทำเองได้จริง
฿4,900
AIA Combined Conventional Allocation Fund
NAV ล่าสุด
11.5682
+0.17% วันนี้
ข้อมูล ณ 25 มิ.ย. 2569
ขนาดกองทุน (AUM)
฿542.5 ล้าน
+19.1% (3 เดือน)
คะแนนสุขภาพกองทุน 63/100 (พอใช้) ประเมินจากผลตอบแทน ความเสี่ยง ความสม่ำเสมอ ค่าใช้จ่าย และคุณภาพข้อมูลย้อนหลัง. ข้อมูลนี้ใช้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
Methodology: 30% ผลตอบแทน, 25% ความเสี่ยง, 20% Sharpe/ความสม่ำเสมอ, 10% ค่าใช้จ่าย, 15% คุณภาพข้อมูลย้อนหลัง
Return
70
Risk
51
Consistency
45
Cost
55
Data
99
| ช่วงเวลา | ผลตอบแทน | Volatility | Max Drawdown | Sharpe |
|---|---|---|---|---|
| วันนี้ | +0.17% | - | - | - |
| 1 เดือน | +0.65% | 4.20% | -0.57% | -0.20 |
| 3 เดือน* | +3.69% | - | - | - |
| 6 เดือน | +4.00% | 5.20% | -3.77% | 0.48 |
| ปีนี้ (YTD) | +3.44% | 5.20% | -3.77% | 0.37 |
| 1 ปี* | +9.40% | - | - | - |
| 3 ปี* | +17.50% | - | - | - |
คำนวณจาก NAV ของกลุ่ม main · อัตราดอกเบี้ยไร้ความเสี่ยงที่ใช้คำนวณ Sharpe = 1.5% ต่อปี ·วิธีคำนวณ
Total Expense Ratio (TER)
1.23%
ต่อปี
ค่าธรรมเนียมการจัดการ
1.12%
ต่อปี
Front-end Fee (ขาย)
1.60%
ต่อครั้ง
Back-end Fee (รับซื้อคืน)
0.00%
ต่อครั้ง
ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริง ณ ปัจจุบัน ข้อมูลจากแหล่งทางการ · อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบจาก Fund Fact Sheet ล่าสุด
ข้อมูลจากแหล่งทางการ อัปเดตรายเดือนตาม Fund Fact Sheet
กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของทรัพย์สิน (กองทุนปลายทาง) ดังต่อไปนี้ 1.กองทุนรวมทั้งในและต่างประเทศ 2.กองทุนรวมอีทีเอฟทั้งในและต่างประเทศที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนและ/หรือตราสารหนี้ 3.กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และ/หรือ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และ/หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานทั้งในและต่างประเทศ ในการนี้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนปลายทางตั้งแต่2 กองทุนขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนปลายทางกองทุนใดกองทุนหนึ่งโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยสามารถปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนได้ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด รวมถึงกองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) และ/หรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ที่เสนอขายทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนหรือมีไว้ในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสาร หรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) และ/หรือตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) ได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม แต่จะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ในกรณีที่กองทุนลงทุนต่างประเทศ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Foreign Exchange Rate Risk) ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งจะพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเมือง การเงินและการคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางแนวโน้มของค่าเงิน ในกรณีที่คาดการณ์ว่าค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในสัดส่วนที่ค่อนข้างมาก แต่หากในกรณีที่ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรืออาจลงทุนในสัดส่วนน้อย อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่าการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้ นอกจากนี้การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวอาจมีต้นทุนซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1/REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ยกเว้นที่กองทุนปลายทางเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1/REITs) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infra) ลงทุนสูงสุดไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุนปลายทาง โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าว ต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางจะไม่ลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกัน (Cascade Investment) เกินกว่า 1 ทอด นอกจากนี้กองทุนอาจมีการลงทุนในกองทุนรวมที่บริหารจัดการโดย AIA Investment Management Private Limited ส่วนที่เหลือกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุน และ/หรือตราสารแห่งหนี้ และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือให้ความเห็นชอบ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) หรือเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของกองทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้นทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็ปไซค์ของบริษัทจัดการ ทั้งนี้ กองทุนรวมที่กองทุนไปลงทุนเกินกว่าร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนรวม ได้แก่ 1.AIAIncomeFund บริหารจัดการโดย AIAInvestmentManagement(Thailand) Limitedซึ่งกองทุนมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นถึงระยะกลางทั้งในและต่างประเทศ
ข้อมูลจากแหล่งทางการ