จาก BulltiQ
เรียนวิเคราะห์หุ้นเชิงเทคนิคและพื้นฐานด้วย AI ทำเองได้จริง
฿4,900
KKP SMART PLUS FUND
NAV ล่าสุด
10.9027
- วันนี้
ข้อมูล ณ 26 มิ.ย. 2569
ขนาดกองทุน (AUM)
฿41.4 พันล้าน
+34.4% (3 เดือน)
คะแนนสุขภาพกองทุน 80/100 (ดีมาก) ประเมินจากผลตอบแทน ความเสี่ยง ความสม่ำเสมอ ค่าใช้จ่าย และคุณภาพข้อมูลย้อนหลัง. จุดเด่น: ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงดี, Drawdown ค่อนข้างจำกัด, ค่าใช้จ่ายรวมค่อนข้างต่ำ. ข้อมูลนี้ใช้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
Methodology: 30% ผลตอบแทน, 25% ความเสี่ยง, 20% Sharpe/ความสม่ำเสมอ, 10% ค่าใช้จ่าย, 15% คุณภาพข้อมูลย้อนหลัง
Return
48
Risk
87
Consistency
100
Cost
92
Data
100
| ช่วงเวลา | ผลตอบแทน | Volatility | Max Drawdown | Sharpe |
|---|---|---|---|---|
| วันนี้ | - | - | - | - |
| 1 เดือน | +0.17% | 0.19% | -0.02% | -6.91 |
| 3 เดือน | +0.44% | 0.24% | -0.05% | -4.49 |
| 6 เดือน | +0.76% | 0.29% | -0.13% | -2.54 |
| ปีนี้ (YTD) | +0.71% | 0.29% | -0.13% | -2.68 |
| 1 ปี | +1.81% | 0.24% | -0.13% | 1.30 |
| 3 ปี | +7.29% | 0.20% | -0.13% | 29.45 |
คำนวณจาก NAV ของกลุ่ม KKP S-PLUS · อัตราดอกเบี้ยไร้ความเสี่ยงที่ใช้คำนวณ Sharpe = 1.5% ต่อปี ·วิธีคำนวณ
Total Expense Ratio (TER)
0.38%
ต่อปี
ค่าธรรมเนียมการจัดการ
0.29%
ต่อปี
Front-end Fee (ขาย)
0.00%
ต่อครั้ง
Back-end Fee (รับซื้อคืน)
0.00%
ต่อครั้ง
ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริง ณ ปัจจุบัน ข้อมูลจากแหล่งทางการ · อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบจาก Fund Fact Sheet ล่าสุด
ที่มา: Fund Factsheet จากแหล่งทางการ · แสดงสูงสุด 5 รายการหลังจัดรูปแบบชื่อหลักทรัพย์ให้อ่านง่าย
ข้อมูลจากแหล่งทางการ อัปเดตรายเดือนตาม Fund Fact Sheet
กองทุนเป็นกองทุนตราสารหนี้ที่อาจพิจารณาลงทุนได้ทั้งตราสารหนี้ภาครัฐและหรือรัฐวิสาหกิจ และหรือเอกชน และหรือตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องกับธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน และหรือหน่วยลงทุนของกองทุนที่มีนโยบายที่กองทุนนี้สามารถลงทุนได้ และหรือเงินฝากและหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก และหรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนดหรืออนุญาต/เห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ โดยรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนลงทุนอาจพิจารณาลงทุนได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้การพิจารณาลงทุนของกองทุนจะเป็นไปตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยกองทุนมีกรอบในการพิจารณาลงทุนดังนี้ 1.กองทุนจะพิจารณาลงทุนโดยมีเป้าหมายให้ Portfolio Duration ของกองทุน ไม่เกินประมาณ 1 ปี ทั้งนี้ กองทุนอาจมี Portfolio Duration เกิน 1 ปี ได้ในขณะใดขณะหนึ่ง หรือช่วงเวลาหนึ่ง ๆ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ขั้นตอนกระบวนการลงทุน ปริมาณการซื้อ-ขายคืนของผู้ลงทุน ตัวอย่างเช่น ในช่วงแรกของการจัดตั้งกองทุนหรือในช่วง 30 วันนับแต่วันจดทะเบียนทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม หรือในช่วงระยะเวลารอการลงทุนหรือทยอยลงทุนของกองทุน หรือในช่วงเวลาการปรับกลยุทธการลงทุนของกองทุน หรือในช่วงที่มีคำสั่งซื้อและหรือขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุนมากผิดปกติ หรือในช่วงที่ตลาดมีความผิดปกติ หรือในช่วงที่ตลาดไม่มีความต้องการซื้อตราสารที่กองทุนลงทุน หรือในช่วง 30 วันก่อนการเลิกกองทุน ในกรณีดังกล่าว กองทุนอาจมี Portfolio Duration เกิน 1 ปี โดยจะถือว่าได้รับมติเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนทั้งปวงแล้ว ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการเพื่อให้ Portfolio Duration ของกองทุนอยู่ในระดับไม่เกิน 1 ปี โดยประมาณ ในระยะเวลาที่สามารถดำเนินการได้อย่างเหมาะสม ภายใต้สภาพตลาดในช่วงนั้น ๆ โดยเป็นไปตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน 2. กองทุนจะพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) กองทุนไม่มีนโยบายลงทุนในตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non - Investment Grade) ยกเว้นกรณีที่ในขณะที่กองทุนเริ่มลงทุนในตราสารนั้น ตราสารดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) แต่ต่อมาถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลงต่ำกว่า Investment Grade เพื่อให้กองทุนสามารถมีไว้ซึ่งตราสารดังกล่าวต่อไปได้ รวมทั้งมีเวลาในการปรับลดอัตราส่วนให้เป็นไปตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด เว้นแต่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. อนุมัติ/เห็นชอบ/ ยกเว้น หรือผ่อนผันให้ดำเนินการเป็นอย่างอื่นได้ 3. ในกรณีที่กองทุนพิจารณาลงทุนในต่างประเทศ สัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 4. ในกรณีที่กองทุนลงทุนในตราสารต่างประเทศกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่อาจเกิดขึ้นได้จากการลงทุนในต่างประเทศ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของจำนวนเงินลงทุนในต่างประเทศ 5. กองทุนอาจพิจารณาเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยพิจารณาจากสภาวะตลาดในขณะนั้น กฎข้อบังคับ และปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาตราสาร/หลักทรัพย์ อัตราดอกเบี้ย สภาวะอัตราแลกเปลี่ยนและค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน เช่น ในบางขณะผู้จัดการกองทุนอาจปรับลดสัดส่วนการลงทุนในตราสาร/หลักทรัพย์ และเพิ่มการลงทุนในสัญญาชื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับตราสาร/หลักทรัพย์นั้น เพื่อเป็นการลดต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายในการลงทุนของกองทุน เป็นต้น ดังนั้น จึงทำให้กองทุนนี้มีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนโดยทั่วไป จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูง 6. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) โดยจะเป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกำกับตลาดทุน และคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด 7. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนรวมอื่นนั้นมีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด โดยกองทุนรวมที่มีผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ต้องไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังต่อไปนี้ (1) กองทุนรวมอื่นที่เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังกล่าว (2) กองทุนรวมที่เป็นผู้ถือหน่วยของกองทุนรวมอื่นตาม (1) ในกรณีที่มีการลงทุนในกองทุนรวมอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกัน (Cross Investing Fund) มิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง อย่างไรก็ดี ในกรณีที่กองทุนรวมปลายทางไม่สามารถดำเนินการเพื่อขอมติได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดห้ามมิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง บริษัทจัดการสามารถขอรับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ได้ หากได้รับมติเกินกึ่งหนึ่งของผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางในส่วนที่เหลือ ทั้งนี้ การลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต 8. กรณีเกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติหรือมีความจำเป็น เช่น ตลาดมีความผิดปกติ มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจหรือการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ มีการขายคืนหน่วยลงทุนจำนวนมาก เป็นต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับกลยุทธ์การลงทุนที่แตกต่างไปจากที่กำหนดในข้างต้นหนึ่งเพื่อความเหมาะสมในทางปฏิบัติในภาวะนั้น ๆ ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนดไว้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนและถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว 9. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้ รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 9.1 ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 9.2 ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม 9.3 ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ (กองทุนสามารถลงทุนในทรัพย์สินอื่น ๆ ตามที่ระบุในนโยบายการลงทุนของกองทุน รวมถึงประเภทหลักทรัพย์ ในรายละเอียดโครงการจัดการกองทุนและหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลโครงการ โปรดศึกษารายละเอียดทั้งหมดเพิ่มเติม https://am.kkpfg.com)
ข้อมูลจากแหล่งทางการ
ต่างประเทศ — จากข้อมูล 10,405 กองทุน (ผลตอบแทน 1 ปี)
กองทุนนี้
+1.81%
ค่าเฉลี่ยประเภท
+15.41%
มัธยฐาน
+10.22%
ต่ำกว่า ค่าเฉลี่ย 13.60%
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นเกาหลี
บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จำกัด
1Y
+212.82%
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นเกาหลี
บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จำกัด
1Y
+208.56%
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นเกาหลี
บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จำกัด
1Y
+205.57%
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นเกาหลี
บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จำกัด
1Y
+200.25%
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นเกาหลี
บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จำกัด
1Y
+192.38%