จาก BulltiQ
เรียนวิเคราะห์หุ้นเชิงเทคนิคและพื้นฐานด้วย AI ทำเองได้จริง
฿4,900
Krung Thai AI Brain Fund
NAV ล่าสุด
6.7534
+0.63% วันนี้
ข้อมูล ณ 25 มิ.ย. 2569
ขนาดกองทุน (AUM)
฿79.6 ล้าน
+10.2% (3 เดือน)
คะแนนสุขภาพกองทุน 85/100 (ดีมาก) ประเมินจากผลตอบแทน ความเสี่ยง ความสม่ำเสมอ ค่าใช้จ่าย และคุณภาพข้อมูลย้อนหลัง. จุดเด่น: ผลตอบแทน 1 ปีเด่น, ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงดี. ข้อมูลนี้ใช้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
Methodology: 30% ผลตอบแทน, 25% ความเสี่ยง, 20% Sharpe/ความสม่ำเสมอ, 10% ค่าใช้จ่าย, 15% คุณภาพข้อมูลย้อนหลัง
Return
99
Risk
70
Consistency
99
Cost
25
Data
100
| ช่วงเวลา | ผลตอบแทน | Volatility | Max Drawdown | Sharpe |
|---|---|---|---|---|
| วันนี้ | +0.63% | - | - | - |
| 1 เดือน | +3.08% | 15.93% | -3.07% | 0.10 |
| 3 เดือน | +8.12% | 12.99% | -3.07% | 0.51 |
| 6 เดือน | +11.83% | 16.21% | -8.05% | 0.64 |
| ปีนี้ (YTD) | +11.04% | 16.42% | -8.05% | 0.58 |
| 1 ปี | +19.71% | 14.72% | -9.82% | 1.24 |
| 3 ปี* | +15.97% | - | - | - |
คำนวณจาก NAV ของกลุ่ม KT-BRAIN-A · อัตราดอกเบี้ยไร้ความเสี่ยงที่ใช้คำนวณ Sharpe = 1.5% ต่อปี ·วิธีคำนวณ
Total Expense Ratio (TER)
1.92%
ต่อปี
ค่าธรรมเนียมการจัดการ
1.61%
ต่อปี
Front-end Fee (ขาย)
1.00%
ต่อครั้ง
Back-end Fee (รับซื้อคืน)
0.00%
ต่อครั้ง
ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริง ณ ปัจจุบัน ข้อมูลจากแหล่งทางการ · อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบจาก Fund Fact Sheet ล่าสุด
ข้อมูลจากแหล่งทางการ อัปเดตรายเดือนตาม Fund Fact Sheet
กองทุนมีนโยบายที่จะลงทุนในตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (MAI) ซึ่งจะส่งผลให้มี Net Exposure ในตราสารทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะคัดเลือกหลักทรัพย์ที่จะลงทุนผ่านโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัทจัดการ และ/หรือผู้พัฒนาโปรแกรมการลงทุน ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวจะเป็นการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Analysis) โดยหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการคัดกรองหลักทรัพย์นั้น บริษัทจัดการได้กำหนดร่วมกับผู้พัฒนาโปรแกรม โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนฯ (Fundamental) โดยนำข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนฯ ในอดีต และให้น้ำหนักสำคัญกับผลการดำเนินงานและข้อมูลทางการเงิน เช่น คุณภาพของบริษัท ความสามารถในการทำกำไรและการเติบโต ความเสี่ยงของบริษัท เป็นต้น โดยการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานนี้จะทำการอัพเดทข้อมูลเป็นรายไตรมาส 2. พิจารณาปัจจัยด้านสภาพคล่อง (Liquidity screening) เพื่อให้ได้กลุ่มหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มเติบโตได้ดี และมีสภาพคล่องเพียงพอ 3. หลังจากที่ได้ทำการพิจารณาตามเงื่อนไขในข้อ 1. และ 2. แล้ว จะทำการคัดกรองเพื่อให้ได้กลุ่มหลักทรัพย์ที่กองทุนจะทำการลงทุน โดยโปรแกรมจะทำการจัดสรรน้ำหนักการลงทุนในหลักทรัพย์รายตัวผ่านกระบวนการ optimization ในทุกวันเพื่อให้ได้พอร์ตการลงทุน โดยให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน ที่จะพยายามสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนีอ้างอิง (Positive Alpha) กอปรกับมีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม 4. เมื่อผ่านกระบวนการ optimization เรียบร้อยแล้ว บริษัทจัดการ และ/หรือโปรแกรมจะทำการส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ไปยังนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ตามหลักทรัพย์และน้ำหนักการลงทุนที่โปรแกรมกำหนด อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจส่งคำสั่งซื้อขายผ่านนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ และ/หรือผ่านโปรแกรมซื้อขายแบบอัตโนมัติ (Algorithmic Execution) เพียงรายเดียว หรือหลายราย โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ทั้งนี้ โปรแกรมจะมีการทบทวนการคัดกรองหลักทรัพย์ ตามข้อ 1. และ 2. เป็นรายไตรมาส อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะพัฒนา/เปลี่ยนแปลงโปรแกรม และ/หรือผู้พัฒนาโปรแกรม และ/หรือหลักเกณฑ์การคัดเลือก คัดกรองหุ้น และ/หรือความถี่ในการปรับสัดส่วนการลงทุน ตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควร กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
ข้อมูลจากแหล่งทางการ