จาก BulltiQ
เรียนวิเคราะห์หุ้นเชิงเทคนิคและพื้นฐานด้วย AI ทำเองได้จริง
฿4,900
ทำความเข้าใจคำศัพท์และตัวชี้วัดที่ใช้ในการวิเคราะห์กองทุนรวม เพื่อให้คุณสามารถอ่านข้อมูลและเปรียบเทียบกองทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
NAV (Net Asset Value) หรือมูลค่าหน่วยลงทุน คือราคาต่อหน่วยของกองทุนในวันนั้นๆ คำนวณจากมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดที่กองทุนถือครองหักด้วยหนี้สิน แล้วหารด้วยจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดที่มีอยู่ NAV จะประกาศทุกวันทำการ
ผลตอบแทนแสดงให้เห็นว่ากองทุนเพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่าไรในช่วงเวลาที่เลือก ผลตอบแทนเป็นบวกหมายถึงกองทุนมีกำไร เป็นลบหมายถึงขาดทุน ผลตอบแทนย้อนหลังบอกเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ได้บอกอนาคต
ความผันผวนบอกว่า NAV ของกองทุนขึ้นลงมากแค่ไหนในแต่ละวัน คำนวณจากส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผลตอบแทนรายวัน แล้วปรับเป็นรายปี (ใช้ 252 วันทำการต่อปี) ยิ่งสูงหมายความว่าราคาแกว่งมาก เสี่ยงมากขึ้น ยิ่งต่ำหมายถึงเสถียรกว่า
Max Drawdown แสดงให้เห็นว่าถ้าคุณซื้อกองทุนที่จุดสูงสุด แล้วขายที่จุดต่ำสุดในช่วงเวลานั้น คุณจะขาดทุนกี่เปอร์เซ็นต์ เป็นตัววัดความเจ็บปวดสูงสุดที่อาจเกิดขึ้น ยิ่งค่าเป็นลบมาก หมายถึงกองทุนเคยลดลงมากกว่า
Sharpe Ratio วัดว่ากองทุนให้ผลตอบแทนส่วนเกินเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่รับมาก ยิ่งสูงยิ่งดีในเชิงทฤษฎี เว็บนี้ใช้อัตราดอกเบี้ยไร้ความเสี่ยงที่ 1.5% ต่อปี ค่า Sharpe เป็นบวกหมายความว่ากองทุนให้ผลตอบแทนมากกว่าเงินฝากไร้ความเสี่ยง
กราฟ Normalized ปรับให้ทุกกองทุนเริ่มต้นที่ 100 เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบ การเติบโตสัมพัทธ์ระหว่างกองทุนที่มี NAV ต่างกันมากได้ง่ายขึ้น เช่น กองทุน A มี NAV เริ่มต้น 5 บาท กองทุน B มี NAV เริ่มต้น 100 บาท กราฟ Normalized ทำให้ทั้งสองเริ่มที่ 100 และดูการเติบโตเป็นเปอร์เซ็นต์ได้
กองทุนรวมลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เช่น หุ้น พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งราคาเหล่านี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี และเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง
ข้อมูลที่แสดงในเว็บนี้มีไว้เพื่อการศึกษาเท่านั้น กรุณาปรึกษาผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ก่อนตัดสินใจลงทุน