เวลาที่คุณสแกนจ่ายค่ากาแฟ รูดบัตรซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม หรือโอนเงินข้ามประเทศ คุณเคยสงสัยไหมครับว่า "ใครบ้างที่หักหัวคิวค่าธรรมเนียมจากเงินก้อนนั้นไป?"
อุตสาหกรรมการเงินเป็นเค้กก้อนมหาศาล และจุดที่สู้รบกันดุเดือดที่สุดคือฝั่ง "Fintech (Financial Technology)" หรือเรื่องของการรับจ่ายเงิน (Payments) คำถามของนักลงทุนสายเทคคือ เราควรจะถือข้าง "ผู้คุมกฎเดิม" ผู้ยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่าง Visa (V) และ Mastercard (MA) หรือจะข้ามไปเดิมพันกับ "ผู้ท้าชิง (Disruptors)" สุดเฟี้ยวอย่าง Block (SQ), PayPal (PYPL) หรือ Affirm (AFRM)?
ขั้วอำนาจเดิม: บัตรผ่านทางระดับลอร์ด (The Payment Tollbooths)
ความเข้าใจผิดคลาสสิกคือ คนคิดว่า Visa (V) กับ Mastercard (MA) เป็นคนปล่อยกู้ และต้องรับความเสี่ยงลูกหนี้เบี้ยวหนี้... ผิดถนัดครับ! ธนาคารที่เป็นคนออกบัตร (Issuer) ต่างหากที่ต้องอุ้มหนี้เสีย
V และ MA เป็นแค่ "สะพานเชื่อม (Tollbooth)" ระหว่างร้านค้ากับธนาคาร พวกเขากินค่าต๋ง (Interchange fee) เล็กๆ น้อยๆ ทุกเปอร์เซ็นต์ของการรูดบัตรนับล้านล้านครั้งทั่วโลก
- •ข้อดี: โมเดลธุรกิจโหดเหี้ยมมาก ค่าใช้จ่ายคงที่ต่ำ มาร์จิ้นกำไรระดับ 50%+! ยิ่งคนช้อปปิ้งเยอะ เงินเฟ้อของแพงขึ้น มูลค่ารูดบัตรต่อครั้งสูงขึ้น พวกเขาก็ยิ่งได้เปอร์เซ็นต์ค่าต๋งมากขึ้นฟรีๆ เป็นหุ้นที่กันเงินเฟ้อได้ชะงัด
- •คูเมือง (Moat): แข็งแกร่งระดับกำแพงเมืองจีน ไม่มีร้านค้าไหนในโลกกล้าปฏิเสธไม่รับบัตร Visa
ขั้วผู้ท้าชิง: เผ่าพันธุ์ Disruptor ที่มากับนวัตกรรม
แต่โลกมันไม่ได้หยุดอยู่แค่การรูดบัตรพลาสติกครับ เด็กรุ่นใหม่เริ่มจ่ายเงินวิธีอื่น และนี่คือหน้าตาผู้ท้าชิง:
- •PayPal (PYPL): คิงของการจ่ายเงิน E-Commerce นั่งคั่นกลางกินค่าธรรมเนียมการช้อปออนไลน์ แต่ปัจจุบันโดนรุมกินโต๊ะคู่แข่งอย่าง Apple Pay แย่งส่วนแบ่งไปเยอะ ทำให้ P/E หุ้นดิ่งลงเหว กลายเป็นหุ้นเทคสาย Value (หุ้นที่ราคาถูก) ไปแล้ว
- •Block หรือชื่อเดิม Square (SQ): ถ้าใครเคยไปคาเฟ่เก๋ๆ ที่ต่างประเทศ จะเห็นเครื่องรูดบัตรทรงสี่เหลี่ยมสีขาว นี่คือฮาร์ดแวร์ของ SQ พวกเขาเจาะตลาดร้านค้าล่างๆ ที่แบงก์ใหญ่ไม่สนใจ แถมยังมีแอป Cash App (คล้ายๆ พร้อมเพย์+แผงซื้อคริปโต) ที่ฮิตหนักมากในหมู่วัยรุ่นอเมริกา
- •Affirm (AFRM): ผู้นำกระแส Buy Now, Pay Later (BNPL - ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง) แย่งตลาดบัตรเครดิตตรงๆ เด็ก Gen Z ชอบเพราะบอกโครงสร้างดอกเบี้ยชัดเจน ไม่หมกเม็ด แต่อันตรายตรงที่ถ้าเกิดหนี้เสีย หรือดอกเบี้ยทรงตัวระดับสูง ต้นทุนบริษัทจะบานเบอะ
สรุปความได้เปรียบ-เสียเปรียบ
| บริษัท (Ticker) | จุดเด่น (Pros) | ข้อควรระวัง (Cons) | | :--- | :--- | :--- | | Visa / Mastercard (V, MA) | กำไรโตสม่ำเสมอ ผูกขาดโครงข่ายโลก | รัฐบาลจ้องจะใช้กฎหมายจับแยก หรือออกแอปรัฐมาแข่งฟรี (เช่น FedNow) | | PayPal (PYPL) | แบรนด์แกร่งออนไลน์ ฐานลูกค้ามโหฬาร | Apple/Google Pay แย่งความสนใจแบบดุดัน | | Block (SQ) | Ecosystem ครบจบทั้งร้านค้าและผู้ใช้ Cash App โตไว | ค่าใช้จ่ายสูง มักไม่ค่อยมีกำไรสุทธิแบบชัวร์ๆ อิงราคา Bitcoin (จาก Cash App) | | Affirm (AFRM) | จับเทรนด์เด็กรุ่นใหม่ BNPL ที่กำลังระเบิด | โมเดลธุรกิจอ่อนไหวต่อดอกเบี้ย ความเสี่ยงลูกค้าเบี้ยวจ่าย |
คำเตือนและข้อควรระวัง
กลุ่มหุ้น Fintech ฝั่งผู้ท้าชิง (PYPL, SQ, AFRM) ราคาขึ้นชื่อเรื่อง "ความผันผวนโหดระดับคริปโต" ในยุคดอกเบี้ย 0% ราคาเคยพุ่ง 5-10 เด้ง แต่พอเจอ Fed ฉายยาดมขึ้นดอกเบี้ย ราคาโดนทุบ -80% ก็มีให้เห็นมาแล้ว ดังนั้นการเข้าซื้อต้องมองหาจุดสะสมที่ราคาตกมาสะท้อนมูลค่าจริงแล้วเท่านั้น ส่วน Visa/Mastercard มักมีค่า P/E พรีเมียม (ราวๆ 25-35 เท่า) เสมอ ถ้าตลาดพัง กลุ่มนี้จะลงเบากว่า
สรุปและ Call to Action
- 1.สายมั่นคง ทนความเสี่ยงต่ำ ต้องการธุรกิจผูกขาด ให้น้ำหนักไปที่บัตรผ่านทาง Visa (V) หรือ Mastercard (MA)
- 2.สายเก็งกำไรเชื่อมั่นในนวัตกรรม การตีฐานรากแบงก์เดิม ให้หาจังหวะเก็บหุ้น Disruptor อย่าง Block (SQ) ตอนราคาหย่อนตัว
- 3.Fintech คืออุตสาหกรรมที่แข่งกันด้วย "Network Effect" (ใครมีร้าน+ลูกค้าเยอะกว่าชนะ)
ก่อนจะเลือกว่าจะแทงข้างไหน คุณสามารถจับหุ้น V ชนกับ SQ ดูกราฟแนวโน้ม และตรวจสอบกระแสเงินสดบริษัท (Free Cash Flow) ได้แบบจะๆ ที่ฟังก์ชันสแกนหุ้นจาก Bulltiq.com นะครับ ข้อมูลครบถ้วนให้คุณอ่านเกมโลกการเงินแตกแน่นอน
Disclaimer: บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาและให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน โปรดศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง